ทำความรู้จักมอนจายากิ Tsukishima Monja Moheji และต้นกำเนิดจากย่านทสึกิชิมะ
มอนจายากิ Tsukishima Monja Moheji คือร้านเฉพาะทางที่ยก “มอนจะยากิ” อาหารกระทะร้อนชื่อดังจากย่านทสึกิชิมะใจกลางโตเกียว มาเสิร์ฟถึงกรุงเทพฯ ที่ชั้น B1 โครงการ One Bangkok แบบไม่ต้องบินไปญี่ปุ่นก็ได้กินของแท้ ความพิเศษของมอนจายากิ (Monjayaki) คือเนื้อแป้งที่เหลวกว่าพิซซ่าญี่ปุ่นโอโคโนมิยากิ ทำให้เมื่อย่างบนเตาเทปปันแล้วได้สัมผัส “นุ่ม–หนึบ–กรอบบาง” ในคำเดียว และกินด้วยไม้พายจิ๋วจากบนกระทะร้อนโดยตรง
ตามประวัติ มอนจะยากิเกิดหลังสงครามโลกครั้งที่สองจากขนมแป้งราคาย่อมเยาสำหรับเด็กในโตเกียว ก่อนพัฒนาเป็นอาหารบนเตาเหล็กที่ใส่กะหล่ำปลี ซีฟู้ด ชีส และท็อปปิงหลากหลาย ปัจจุบันย่านทสึกิชิมะถูกขนานนามว่า “Monja Street” มีร้านเรียงรายกว่า 60 ร้าน ซึ่งหนึ่งในแบรนด์ยอดนิยมก็คือ Tsukishima Monja Moheji ที่ขยายสาขามาไทยครั้งนี้
สำหรับใครที่ยังไม่เคยลอง มอนจายากิจะเสิร์ฟมาเป็นชามใหญ่ แยกส่วนระหว่างแป้งใส่ดาชิและส่วนผสมต่าง ๆ จากนั้นพนักงานจะมาย่างให้บนเตาเทปปันตรงหน้า โต๊ะหนึ่งเตารวมกลายเป็นโชว์ทำอาหารเล็ก ๆ ให้ทั้งกลุ่มได้ล้อมวงดู สนุกและน่าถ่ายรูปมาก
หากอยากอ่านข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประวัติของมอนจะยากิ สามารถดูได้จากบทความ ข้อมูลมอนจะยากิจากวิกิพีเดีย และบทความขององค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่เล่าถึง ย่านทสึกิชิมะและถนนมอนจะในโตเกียว ซึ่งจะช่วยให้การไปกินที่ร้านมอนจายากิ Tsukishima Monja Moheji สนุกขึ้นอีกขั้น
บรรยากาศร้านมอนจายากิสไตล์ย่านทสึกิชิมะที่ One Bangkok
บรรยากาศในร้านมอนจายากิ Tsukishima Monja Moheji ที่ One Bangkok ถูกออกแบบให้คล้ายร้านเล็ก ๆ ริมถนนในโตเกียว ใช้โทนไม้เข้ม แสงส้มอบอุ่น และมีเตาเทปปันติดตั้งทุกโต๊ะ กลิ่นหอมของดาชิและซอสหวานเค็มลอยมาแตะจมูกตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไป เป็นฟีลที่คนรักอาหารญี่ปุ่นต้องถูกใจแน่นอน

ที่นั่งส่วนใหญ่เป็นแบบโต๊ะ 2–4 คน เหมาะกับการมานั่งทำมอนจะยากิแชร์กันทั้งกลุ่ม (ข้อมูลทั่วไป) หากมาเป็นครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนใหญ่ แนะนำให้โทรจองล่วงหน้าในช่วงเย็นหรือวันหยุด เพราะช่วงพีคอาจมีคิว โดยพนักงานจะช่วยแนะนำวิธีเลือกมอนจายากิให้เหมาะกับจำนวนคน เช่น ถ้ามา 2 คนสั่ง 1–2 กระทะกำลังดี แต่ถ้ามา 4 คนอาจจัด 2–3 แบบเพื่อแชร์ชิมหลายหน้า
จุดเด่นหนึ่งของร้านมอนจายากิ Tsukishima Monja Moheji คือ “บริการย่างให้ถึงเตา” คนที่เพิ่งลองกินมอนจะยากิครั้งแรกไม่ต้องกลัวว่าจะทำไม่เป็น พนักงานทุกคนได้รับการเทรนจากเชฟญี่ปุ่น สาธิตตั้งแต่การผัดไส้ตรงกลางจนหอม การกดวงแหวนกะหล่ำปลีให้เป็นหลุม แล้วค่อย ๆ เทแป้งดาชิลงไปจนกลายเป็นแผ่นบาง ๆ ฟองปุด ๆ น่าทาน ช่วงท้ายจะช่วยเกลี่ยให้ได้ความกรอบด้านล่างและความหนึบด้านบนพอดี
แม้เตาเทปปันจะร้อน แต่ระบบดูดควันของร้านทำงานดี จึงไม่อับหรือร้อนจนเกินไป (ข้อมูลทั่วไป) เสื้อผ้ากลับบ้านอาจติดกลิ่นอาหารเล็กน้อยแบบเดียวกับร้านย่างญี่ปุ่นทั่วไป ใครตั้งใจจะไปต่อที่อื่นอาจพกเสื้อคลุมหรือสเปรย์ฉีดผ้าไปด้วย
สำหรับสายกินที่อยากวางแพลนเที่ยวโครงการนี้ต่อ สามารถดูไอเดียได้ในหน้า ไกด์ One Bangkok สำหรับสายกินทั้งวัน บนเว็บเดียวกันนี้ที่จะพาไปรู้จักร้านอื่น ๆ รอบ ๆ มอนจายากิ Tsukishima Monja Moheji ด้วย
เมนูมอนจะยากิไฮไลต์ของร้านมอนจายากิ Tsukishima Monja Moheji
หัวใจของร้านแน่นอนว่าต้องเป็นเมนูมอนจายากิหลากหลายหน้า ซึ่งแต่ละชามจะประกอบด้วยแป้งสาลีผสมดาชิ น้ำซุปปลาแห้งสไตล์ญี่ปุ่น กะหล่ำปลีซอย และท็อปปิงตามรสชาติที่เลือก ที่นี่ค่อนข้างยึดสูตรดั้งเดิมจากญี่ปุ่น ทำให้รสชาติใกล้เคียงกับที่ย่านทสึกิชิมะมาก
Mentaiko Mochi Monja มอนจายากิไข่ปลาเมนไทโกะและโมจิ
จานซิกเนเจอร์ที่แทบทุกโต๊ะของมอนจายากิ Tsukishima Monja Moheji ต้องสั่ง “Mentaiko Mochi Monja” ผสมผสานรสเค็มนัวของไข่ปลาเมนไทโกะเข้มข้นกับโมจิข้าวเหนียวญี่ปุ่นหั่นเต๋า เมื่อย่างบนเตาร้อน ๆ โมจิจะเริ่มนิ่มยืด ช่วยเพิ่มความหนึบหนับให้เนื้อแป้งมอนจะ ส่วนไข่ปลาเมนไทโกะจะแตกตัวเข้ากับดาชิ เกิดเป็นซอสครีมมี่เค็มมัน

โดยทั่วไปเมนไทโกะทำจากไข่ปลาโพลล็อกหมักเกลือและเครื่องเทศเล็กน้อย ให้รสเผ็ดนิด ๆ ตามแบบคิวชู เมื่อนำมารวมกับชีสและมายองเนส (ในบางสูตร) จะยิ่งเข้มข้น กินแล้วให้ความรู้สึกคล้ายซอสชีสแต่มีความทะเลเบา ๆ จานนี้เหมาะกับคนที่ชอบรสจัดกว่าปกติ แต่ไม่ถึงขั้นเผ็ดแบบอาหารไทย
เคล็ดลับการกินให้ฟินคือ รอจนขอบมอนจายากิเริ่มกรอบเป็นสีน้ำตาลทอง ก่อนใช้ไม้พายจิ๋วขูดเอาส่วนที่กรอบติดเตามาพร้อมกับเนื้อด้านในที่ยังนุ่ม ๆ จะได้ทั้งสองเท็กซ์เจอร์ในคำเดียว ใครยังไม่คุ้นกับมอนจะยากิ เมนูนี้ถือเป็นตัวเริ่มต้นที่ดีมาก
Ika Sumi Monja มอนจะยากิหมึกดำซอสหมึกปลาหมึก
อีกเมนูขายดีของร้านมอนจายากิ Tsukishima Monja Moheji คือ “Ika Sumi Monja” หรือมอนจะยากิหมึกดำที่ใช้ซอสหมึกปลาหมึกเป็นตัวชูรส นอกจากน้ำหมึกที่ให้สีดำเงาแล้ว ยังมีปลาหมึกหั่นชิ้นพอดีคำและข้าวหรือโมจิเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความหนึบ เมื่อผัดบนเตา หมึกจะสุกเด้งหอมกลิ่นทะเล ขณะที่หมึกดำให้รสเค็มกลมกล่อมคล้ายซอสสไปซีทะเลแบบญี่ปุ่น

หมึกดำเป็นวัตถุดิบที่คนญี่ปุ่นนิยมใส่ทั้งในพาสต้า ริซอตโต และข้าวผัด เพราะให้ทั้งสีและความหอมเฉพาะตัว โดยทั่วไปหมึกดำมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่บ้าง แต่ก็มีโซเดียมและคอเลสเตอรอล จึงควรกินอย่างพอดี (ข้อมูลทั่วไป) ที่ร้านนี้ชดเชยความจัดจ้านด้วยการใส่ต้นหอมญี่ปุ่นและกระเทียมเล็กน้อย ช่วยให้กลิ่นหอมขึ้นและไม่คาว
เมนูนี้เหมาะกับคนที่ไม่กลัวฟันดำ อยากลองรสเข้มข้นแบบซีฟู้ดเต็ม ๆ และชอบความรู้สึกหนึบแน่นของมอนจะยากิที่มีข้าวผสม
Gomoku Monja มอนจายากิผสมเส้นยากิโซบะกินง่าย
สำหรับสายชอบรสกลมกล่อมกินง่าย “Gomoku Monja” เป็นตัวเลือกที่ดีมาก คำว่า “โกโมกุ” ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึง “ห้าชนิด” หรือ “หลากหลาย” เมนูนี้จึงมักรวมส่วนผสมหลายอย่าง เช่น หมูสไลซ์ กุ้ง ปลาหมึก ข้าวโพด แครอต กะหล่ำปลี และเส้นยากิโซบะ เพิ่มความอิ่มท้อง

จุดเด่นคือกลิ่นหอมของขิงดองสีแดงที่ซอยละเอียดใส่มาในแป้ง เมื่อย่างบนเตาแล้วกลายเป็นกลิ่นหอมสดชื่นตัดเลี่ยน ยิ่งโรยผงสาหร่ายอาโอโนริด้านบนตอนเสิร์ฟ ยิ่งให้กลิ่นแบบโอเด้งหรือทาโกะยากิที่หลายคนคุ้นเคย เนื้อสัมผัสของเส้นยากิโซบะที่กรอบนอกนุ่มใน ช่วยเพิ่มเลเวล “หนึบ ๆ เคี้ยวมัน” ให้มอนจะยากิจานนี้อย่างดี
ใครมากับเด็ก ๆ หรือคนที่ไม่ค่อยกินรสจัด มักจะชอบโกโมกุ มอนจากระทะนี้ที่สุด เพราะมีรสเค็มหวานกำลังดี ไม่เผ็ด และมีผักแทรกค่อนข้างเยอะ เหมาะเป็นจานแชร์หลักของโต๊ะ ก่อนจะสั่งหน้าอื่นของมอนจายากิ Tsukishima Monja Moheji มาลองเพิ่ม
หากชอบแนวเส้นและเตาเหล็กเป็นพิเศษ ยังสามารถไปอ่านต่อในหน้า รีวิวร้านราเม็งเส้นโฮมเมดในกรุงเทพ ที่เราแนะนำไว้เช่นกัน
อาหารทานเล่นและของหวานคู่มอนจะยากิที่ Tsukishima Monja Moheji
แม้มอนจายากิจะเป็นพระเอกของร้าน Tsukishima Monja Moheji แต่เมนูเคียงและของหวานก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ช่วยบาลานซ์ทั้งรสชาติและความรู้สึกหนักท้องจากแป้งและชีสบนเตาเทปปัน
Shirasu Tofu เต้าหู้เย็นปลาจิ๋วซอสเปรี้ยวเค็ม
“Shirasu Tofu” เป็นเมนูกินเล่นที่หลายคนติดใจ เต้าหู้คินุเนื้อนุ่มเย็น ๆ ท็อปด้วยปลาชิราสุ (ปลาเงินตัวจิ๋วต้มสุกแล้วตากแห้งแบบนุ่ม) ราดด้วยซอสโชยุผสมดาชิและพริกดอง ได้ทั้งรสเค็ม เปรี้ยว เผ็ดอ่อน ๆ เมื่อกินคู่กับมอนจายากิ Tsukishima Monja Moheji ที่รสค่อนข้างจัด จะช่วยรีเฟรชเพดานปากได้ดีมาก

โดยทั่วไปชิราสุเป็นปลาตัวเล็กที่ถูกลวกในน้ำเกลือแล้วตากให้หมาด ทำให้ยังนุ่มไม่กรอบ มีแคลเซียมสูงเพราะกินได้ทั้งกระดูก (ข้อมูลทั่วไป) เมื่อนำมาทานคู่เต้าหู้ที่โปรตีนสูงแต่ไขมันต่ำ จึงเป็นออเดิร์ฟเบา ๆ ที่ไม่หนักท้อง เหมาะเปิดมื้อก่อนลุยมอนจะยากิกระทะใหญ่
Kimini Nira กุยช่ายญี่ปุ่นไข่แดงดิบหอมงา
เมนู “Kimini Nira” เป็นสลัดกุยช่ายแบบญี่ปุ่น เสิร์ฟเป็นผักนีระ (กุยช่ายใบแบน) หั่นท่อนสั้น คลุกกับซอสโชยุ น้ำส้มสายชูเล็กน้อย กระเทียม และน้ำมันงา ด้านบนวางไข่แดงดิบสีส้มเข้ม เมื่อตีให้แตกแล้วคลุกกับผักทั้งหมด จะได้รสเค็มมันหอมงาและกลิ่นกระเทียมชัดเจน
กุยช่ายเป็นผักที่คนญี่ปุ่นนิยมใส่ในเกี๊ยวซ่าและจานผัดต่าง ๆ ให้กลิ่นแรงเล็กน้อย แต่เมื่อนำมากินสดแบบนี้จะกรุบและหอมสดชื่น เหมาะสำหรับคนที่ชอบเมนูจัดจ้านแต่ไม่ใช่เนื้อสัตว์มาก ช่วยตัดเลี่ยนจากชีสและซอสหวานของมอนจายากิ Tsukishima Monja Moheji ได้ดีทีเดียว
Anko-maki และไอศกรีมมัทฉะ ปิดท้ายมื้อสไตล์ญี่ปุ่น
ของหวานที่ห้ามพลาดคือ “Anko-maki” แป้งบางที่ย่างบนเตาเทปปันจนได้แผ่นคล้ายเครป จากนั้นโปะไส้ถั่วแดงกวน (อังโกะ) ลงตรงกลางแล้วม้วนให้เป็นแท่ง กลิ่นคาราเมลจากแป้งที่สัมผัสเตาร้อนจัดจะตัดกับความหวานมันของถั่วแดงได้ลงตัว

แนะนำให้สั่งคู่ “ไอศกรีมมัทฉะ” ที่ราดซอสคุโรมิสึ (น้ำตาลทรายแดงญี่ปุ่นเคี่ยว) และโรยผงคินาโกะ (ถั่วเหลืองคั่วบด) เมื่อกินพร้อมกับชิ้น Anko-maki จะได้รสหวานขมของชาเขียว กลิ่นหอมถั่ว และเนื้อแป้งหอมไหม้เล็กน้อย เป็นการปิดท้ายมื้อที่สมบูรณ์แบบมากสำหรับประสบการณ์มอนจายากิ Tsukishima Monja Moheji

หากชอบสายของหวานญี่ปุ่นเป็นพิเศษ ไม่ควรพลาดอ่านหน้า รวมร้านของหวานญี่ปุ่นและไอศกรีมมัทฉะในกรุงเทพ ที่รวบรวมตัวเลือกอื่น ๆ ไว้ให้ไปลุยต่อ
วิธีสั่ง วิธีกินมอนจายากิ และข้อมูลร้าน Tsukishima Monja Moheji วันแบงคอก
สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยลองมอนจายากิ Tsukishima Monja Moheji มาก่อน แนะนำขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้
- เลือกหน้า – เริ่มจากเลือก 1–2 เมนูหลัก เช่น Mentaiko Mochi Monja, Ika Sumi Monja หรือ Gomoku Monja ถ้ามากันหลายคนค่อยเพิ่มหน้าอื่นตามความชอบ
- สั่งเมนูเคียง – เพิ่ม Shirasu Tofu หรือ Kimini Nira เพื่อรีเฟรชคอระหว่างกินมอนจะยากิ และเผื่อคนที่อยากกินผักเยอะ ๆ
- ให้พนักงานย่างให้ – รอบแรกแนะนำให้พนักงานสาธิตก่อน ดูขั้นตอนผัดไส้ตรงกลาง ทำหลุมกะหล่ำปลี แล้วเทแป้งลงทีละส่วน จากนั้นค่อยลองทำเองในกระทะถัดไปเพื่อความสนุก
- กินด้วยไม้พายจิ๋ว – จุดเด่นของมอนจะยากิคือการใช้ไม้พายโลหะเล็ก ๆ ขูดแผ่นมอนจาโดยตรงจากเตาเข้าปาก ควรกินตอนร้อน ๆ จะได้สัมผัสนุ่มหนึบที่สุด ระวังความร้อนเล็กน้อย

ในแง่โภชนาการ มอนจายากิ 1 กระทะมีปริมาณแป้งและโซเดียมพอสมควรจากซอสและดาชิ (ข้อมูลทั่วไป) หากใส่ชีสและเบคอนเพิ่มอาจมีไขมันสูงขึ้น แนะนำให้แชร์กันหลายคนและสลับกินกับเมนูผักอย่าง Kimini Nira หรือสั่งน้ำชาร้อนช่วยตัดเลี่ยน
ข้อมูลร้าน Tsukishima Monja Moheji สาขา One Bangkok
- ทำเล: ชั้น B1 โครงการ One Bangkok ย่านพระราม 4 – วิทยุ ใกล้สถานี MRT ลุมพินี (ข้อมูลทั่วไปเรื่องการเดินทาง)
- เวลาเปิด: 10.00–22.00 น. (ตามข้อมูลที่ให้มา แนะนำเช็กเวลาอีกครั้งก่อนไป)
- การจอง: สามารถโทรจองหรือจองผ่านแพลตฟอร์มรวมร้านอาหารได้ในบางช่วง (ข้อมูลทั่วไป)
- งบต่อคน: โดยประมาณ 400–800 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนมอนจะยากิและเมนูเคียงที่สั่ง (ข้อมูลทั่วไป)
สำหรับมือใหม่ที่อยากเตรียมตัวไปกินเตาเหล็กให้มั่นใจขึ้น สามารถอ่านบทความ คู่มือสั่งเทปปันยากิสำหรับมือใหม่ ที่อธิบายศัพท์เมนู วิธีอ่านเมนูญี่ปุ่น และมารยาทบนโต๊ะเทปปันได้อย่างละเอียด ช่วยให้ประสบการณ์ที่ร้านมอนจายากิ Tsukishima Monja Moheji ไหลลื่นยิ่งขึ้น
สรุปแล้ว หากคุณกำลังมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นที่ให้ทั้งความสนุกในการทำอาหารเองบนเตา กลิ่นหอมของดาชิ และรสสัมผัสนุ่มหนึบไม่เหมือนใคร มอนจายากิ Tsukishima Monja Moheji ที่ One Bangkok คือจุดหมายที่ควรไปลองอย่างน้อยสักครั้ง แล้วคุณอาจกลายเป็นแฟนมอนจะยากิแบบไม่รู้ตัว
This content was created with the help of an automated system.




