ทับทิมกรอบถ้วยนี้กัดแล้วแห้วข้างในยังกรุบ แป้งที่หุ้มอยู่ใสและหนึบ ตัดกับน้ำกะทิหวานเค็มนิดๆ ที่ใส่น้ำแข็งจนเย็นจัด ใช้วัตถุดิบไม่กี่อย่าง และถ้าอยากได้หลายสีก็เปลี่ยนสีที่ใช้แช่แห้วได้ตามชอบ
ทับทิมกรอบถ้วยนี้กินแล้วเป็นยังไง
เนื้อสัมผัสมีสองชั้น ข้างนอกเป็นแป้งมันที่สุกจนใสเหนียวนุ่ม ข้างในเป็นแห้วที่ยังกรุบกรอบ สีแดงมาจากน้ำแดงที่ซึมเข้าเนื้อแห้ว ส่วนน้ำกะทิรสหวานมันมีเค็มปลายลิ้นจากเกลือ ขนุนช่วยเพิ่มกลิ่นหอมและสีเหลืองตัดกับสีแดง
ใช้เวลารวมราวประมาณ 45 นาที ส่วนใหญ่หมดไปกับการหั่นแห้วและรอแห้วดูดสี งานต้มเร็วมาก ความยากอยู่ที่การคุมแป้งไม่ให้หลุดตอนต้ม ถ้าเคยต้มสาคูหรือบัวลอยมาก่อนจะคุ้นมือ เหมาะทำกินหลังมื้อเที่ยงวันอากาศร้อน หรือทำเป็นหม้อไว้ตักเลี้ยงคนในบ้าน
เคล็ดลับให้ตัวทับทิมใส กรอบ ไม่หลุด
สะเด็ดน้ำแดงให้หมาดจริงๆ
แห้วที่ยังชุ่มน้ำจะดูดแป้งไปจับเป็นก้อนหนา ต้มออกมาแล้วเปลือกแป้งหนาเกิน กินแล้วเหนียวแทนที่จะได้แป้งบางใส
เขย่าแป้งส่วนเกินทิ้งก่อนลงหม้อ
แป้งร่วนที่ไม่ได้เกาะแห้วจะละลายในน้ำต้ม ทำให้น้ำข้นขุ่นและตัวทับทิมเกาะกันเป็นแพ ใส่ตะแกรงร่อนเบาๆ ให้เหลือแต่แป้งที่ติดผิว
ใส่แห้วทีละกำมือ
เทลงทีเดียวทั้งชาม น้ำจะหยุดเดือด แป้งที่ยังไม่เซ็ตตัวจะเปื่อยและหลุดจากแห้ว ใส่ทีละน้อยแล้วรอให้น้ำกลับมาเดือดก่อนใส่รอบต่อไป
ดูแป้งใสและลอยเป็นสัญญาณว่าสุก
แป้งดิบยังเป็นสีขาวขุ่น พอสุกจะใสจนเห็นสีแดงชัดและลอยขึ้นผิวน้ำ ถ้าตักขึ้นเร็วไป กลางตัวจะยังมีจุดแป้งขาวเป็นผง
น้ำกะทิใช้ไฟกลาง ไม่ต้องให้เดือดพล่าน
กะทิที่โดนไฟแรงนานๆ จะแตกมัน ผิวหน้าเป็นคราบน้ำมันและกลิ่นหอมหายไป อุ่นแค่พอร้อนให้น้ำตาลกับเกลือละลายก็พอ
ดัดแปลงสูตร
ทำหลายสี
แบ่งแห้วเป็นหลายชาม แช่คนละสี เช่น น้ำอัญชันได้สีน้ำเงิน น้ำใบเตยได้สีเขียว แต่สีจากธรรมชาติจะอ่อนกว่าน้ำแดง ต้องแช่นานกว่าเดิม
ใช้แห้วกระป๋องแทนแห้วสด
แห้วกระป๋องปอกมาแล้ว ประหยัดเวลาได้มาก แต่เนื้อจะกรอบน้อยกว่าแห้วสดเล็กน้อย ล้างน้ำเชื่อมออกและซับให้แห้งก่อนแช่สี
น้ำกะทิแบบเบาหรือแบบข้น
อยากได้น้ำกะทิใสๆ ดื่มคล่องคอให้เพิ่มน้ำเปล่า อยากได้แบบมันเข้มให้ลดน้ำเปล่าลง ปรับน้ำตาลตามทีหลังเพราะน้ำแข็งละลายจะทำให้รสจางลง
เสิร์ฟและเก็บยังไง
เสิร์ฟแบบเย็นจัด ใส่น้ำแข็งบดหรือน้ำแข็งก้อนเล็กลงในถ้วยก่อนราดน้ำกะทิ น้ำกะทิที่ยังอุ่นอยู่ให้พักจนเย็นแล้วค่อยราด ไม่อย่างนั้นน้ำแข็งละลายเร็วและรสจะจาง
ตัวทับทิมกรอบอร่อยที่สุดในวันที่ทำ ถ้าเข้าตู้เย็นข้ามคืน แป้งจะแข็งกระด้างและแห้วเริ่มคายน้ำ ถ้าต้องเก็บ ให้แยกตัวทับทิมกับน้ำกะทิคนละกล่อง ปิดฝาแช่ตู้เย็น น้ำกะทิเก็บได้ประมาณ 2 วัน ส่วนตัวทับทิมควรกินภายในประมาณ 1 วัน
ทำไมต้มแล้วแป้งหลุดออกจากแห้ว?
ทับทิมกรอบแช่ตู้เย็นแล้วแข็ง แก้ได้ไหม?
ไม่มีน้ำแดง ใช้อะไรให้สีแทนได้?
เตรียมล่วงหน้าได้ไหม?
ทับทิมกรอบ
- Course: ของหวาน
- Cuisine: ไทย
- Difficulty: ปานกลาง
ตัวทับทิม
น้ำกะทิ
ตกแต่ง
ขั้นตอนการทำ
1. หั่นแห้วแต่ละลูกเป็น 4 ชิ้นเล็กๆ ให้ขนาดใกล้เคียงกัน ตัวทับทิมจะสุกพร้อมกันตอนต้ม
2. ใส่แห้วที่หั่นแล้วลงชามผสม เทน้ำแดงลงไป
3. คลุกเคล้าให้น้ำแดงทั่วทุกชิ้น แช่ทิ้งไว้ 10–15 นาที จนแห้วติดสีแดงชัด
4. เทแห้วใส่กระชอน กรองน้ำแดงออก พักให้สะเด็ดน้ำจนผิวแห้วหมาด
5. ย้ายแห้วกลับลงชามผสม เทแป้งมันลงไป
6. ใช้ทัพพีหรือช้อนคลุกจนแป้งมันเคลือบแห้วครบทุกชิ้น ร่อนแป้งร่วนที่ไม่เกาะออก
7. ต้มน้ำเปล่าในหม้อด้วยไฟแรงจนเดือดพล่าน
8. ค่อยๆ เทแห้วที่คลุกแป้งลงหม้อทีละส่วน รอน้ำกลับมาเดือดก่อนเติมส่วนถัดไป
9. ต้มจนแป้งเปลี่ยนจากขาวขุ่นเป็นใส และตัวทับทิมลอยขึ้นผิวน้ำ ใช้เวลาประมาณ 3–5 นาที
10. ใช้กระชอนช้อนตัวทับทิมขึ้นจากหม้อ ใส่ลงชามน้ำแข็งทันที พักไว้จนเย็น
11. ทำน้ำกะทิ: ตั้งหม้อใช้ไฟกลาง เทกะทิลงไป
12. ใส่เกลือ ตามด้วยน้ำตาลทราย คนให้ละลาย
13. เติมน้ำเปล่า คนให้เข้ากัน
14. เคี่ยวต่อด้วยไฟกลางจนน้ำกะทิร้อนทั่วหม้อ ไม่ต้องรอให้เดือดพล่าน ปิดไฟแล้วพักให้เย็น
15. ตักตัวทับทิมใส่ถ้วย ใส่น้ำแข็ง ราดน้ำกะทิ แล้วโรยขนุนด้านบน เสิร์ฟทันที
This content was created with the help of an automated system.
