ยำข้าวคั่วส้มโอ ใส่กุ้งลวก น้ำยำพริกเผากะทิ หอมข้าวคั่ว

ยำข้าวคั่วส้มโอ ใส่กุ้งลวก น้ำยำพริกเผากะทิ หอมข้าวคั่ว

ยำข้าวคั่วส้มโอได้ส้มโอกรอบนอกฉ่ำใน เคลือบน้ำยำนัวๆ ที่เปรี้ยวหวานจากมะขามกับน้ำตาลปิ๊บ เผ็ดจากพริก และหอมข้าวคั่ว กะทิช่วยให้น้ำยำมันกลมขึ้น ส่วนกุ้งลวกตัวโตกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์ทำให้กินอิ่มกว่ายำผลไม้ทั่วไป ถ้าลวกกุ้งไว้แล้ว ที่เหลือก็แค่คลุกในอ่างใบเดียว

ยำข้าวคั่วส้มโอ รสชาติเป็นยังไง

น้ำยำมาทางเปรี้ยวนำ หวานตาม เค็มปิดท้าย มีกลิ่นคั่วของข้าวคั่วกับพริกเผาชัดเจน กะทิทำให้น้ำยำข้นพอเกาะเนื้อส้มโอ ไม่ไหลนองก้นจาน กินคำหนึ่งจะได้ส้มโอที่แตกน้ำในปาก กุ้งเด้ง เม็ดมะม่วงหิมพานต์มัน และหอมเจียวกรอบ

ถ้าเตรียมของครบแล้ว ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 20–25 นาที เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการแกะส้มโอและลวกกุ้ง ตัวยำไม่ต้องใช้ไฟ เลยทำได้ไม่ยาก ยำนี้กินเป็นของว่างตอนบ่ายหรือกับแกล้มได้ ถ้าจะกินกับข้าวสวยก็ทำน้ำยำให้รสจัดขึ้นอีกนิด

เคล็ดลับให้ยำไม่แฉะ รสไม่จาง

ละลายน้ำตาลปิ๊บก่อนใส่ข้าวคั่ว

น้ำตาลปิ๊บเป็นก้อนเหนียว ละลายช้า ถ้าใส่ข้าวคั่วตอนน้ำตาลยังเป็นก้อน ข้าวคั่วจะดูดน้ำยำจนข้น น้ำตาลเลยละลายยาก และรสหวานไม่กระจายทั่ว ให้บี้ก้อนน้ำตาลกับหลังทัพพีจนน้ำยำไม่มีเกล็ด

ชิมน้ำยำก่อนใส่ส้มโอ

ส้มโอแต่ละลูกเปรี้ยวหวานไม่เท่ากัน ถ้าส้มโอหวานให้เพิ่มน้ำมะนาว ถ้าเปรี้ยวให้เพิ่มน้ำตาลปิ๊บ ปรับตอนนี้ง่ายกว่า เพราะพอใส่ส้มโอแล้วคนหลายรอบ เนื้อจะแตกหมด

เลือกส้มโอเนื้อแห้งและแกะเยื่อออกให้หมด

ส้มโอที่ฉ่ำน้ำมากจะคายน้ำลงอ่าง น้ำยำเลยจางและแฉะ ส่วนเยื่อขาวกับเยื่อหุ้มกลีบมีรสขมและเหนียว เคี้ยวแล้วติดฟัน

คลุกส้มโอด้วยการพลิก ไม่ต้องคน

เนื้อส้มโอเป็นถุงน้ำเล็กๆ ที่เกาะกันหลวมๆ โดนทัพพีกดหรือบดนิดเดียวก็แตก พอเห็นน้ำยำเกาะผิวส้มโอทั่วแล้วก็พอ ถ้าคนแรงหรือคลุกต่อ ถุงน้ำส้มโอจะแตก ยำจะมีน้ำขังก้นจานและเนื้อส้มโอไม่กรอบ

ลวกกุ้งพอสุก ใส่ของกรอบตอนท้าย

ลวกกุ้งแค่พอตัวงอและเปลี่ยนเป็นสีส้ม แล้วยกขึ้นทันที ถ้าลวกนานเนื้อจะแข็งและกระด้าง หอมเจียวกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์ใส่เป็นอย่างสุดท้ายแล้วเสิร์ฟเลย ถ้าทิ้งไว้ในน้ำยำนานจะนิ่ม

ปรับสูตรยำข้าวคั่วส้มโอ

ดัดแปลง

เปลี่ยนกุ้งเป็นอย่างอื่น

ใช้หมึกลวกหรือหมูสับรวนแทนกุ้งได้ หมึกลวกพอสุกแบบเดียวกับกุ้ง ส่วนหมูรวนให้สะเด็ดน้ำมันก่อนใส่ น้ำยำจะได้ไม่เลี่ยน

ดัดแปลง

ไม่ใส่กะทิ

ข้ามกะทิไปได้ น้ำยำจะใสขึ้น รสเปรี้ยวเผ็ดชัดกว่าเดิม แต่ไม่ค่อยเกาะส้มโอ ควรลดน้ำมะนาวลงนิดหนึ่งเพราะไม่มีความมันของกะทิมาช่วยกลบรส

ดัดแปลง

ปรับความเผ็ด

พริกป่นให้เผ็ดแบบฟุ้งทั่วทั้งจาน พริกซอยให้เผ็ดเป็นจุดตอนเคี้ยวโดน ถ้ากินเผ็ดน้อยให้ลดพริกซอยก่อน ยังได้สีแดงสวยจากพริกป่นกับน้ำพริกเผาอยู่

เสิร์ฟและเก็บยำข้าวคั่วส้มโอ

คลุกเสร็จแล้วตักใส่จานเสิร์ฟทันที จะรองใบตองก็ได้ แล้วโรยหอมเจียวกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์เพิ่มอีกนิดตอนยกไปวางบนโต๊ะ ถ้ากินเป็นมื้อหลักให้ตักคู่กับข้าวสวยร้อนๆ

ยำที่คลุกแล้วควรกินให้หมดในมื้อนั้น ถ้าทิ้งไว้ ส้มโอจะคายน้ำจนยำแฉะ และหอมเจียวจะนิ่ม ถ้าอยากทำล่วงหน้าให้แยกเก็บ น้ำยำที่ผสมถึงขั้นกะทิแล้วใส่กล่องปิดแช่ตู้เย็นได้ประมาณ 1–2 วัน ส้มโอที่แกะแล้วกับกุ้งลวกแยกกล่องแช่ตู้เย็นได้ประมาณ 1 วัน ส่วนหอมเจียวกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์เก็บในขวดปิดสนิทที่อุณหภูมิห้อง แล้วค่อยนำมาคลุกรวมกันตอนจะกิน

คำถามที่พบบ่อย
ข้าวคั่วทำเองได้ไหม?
ได้ นำข้าวสารเหนียวใส่กระทะแห้ง คั่วไฟอ่อนและคนตลอดจนเม็ดข้าวเป็นสีเหลืองทองและมีกลิ่นหอม พักให้เย็นแล้วโขลกหรือปั่นให้ละเอียดพอประมาณ ข้าวคั่วที่คั่วเองจะหอมกว่าแบบซื้อสำเร็จ ถ้าใช้ไม่หมดให้เก็บในขวดปิดสนิท
ส้มโอแบบไหนเหมาะทำยำ?
เลือกลูกที่เนื้อแห้ง แยกเป็นเม็ดง่าย รสเปรี้ยวอมหวาน ส้มโอที่ฉ่ำน้ำมากจะคายน้ำจนน้ำยำจาง ก่อนใช้ให้ลอกเยื่อหุ้มกลีบออกให้หมด แล้วแยกเนื้อเป็นชิ้นพอคำ
ทำไมยำส้มโอแฉะ มีน้ำขังก้นจาน?
ส่วนใหญ่เกิดจากการคนส้มโอแรงหรือนานเกินไปจนเนื้อแตก หรือคลุกไว้นานก่อนกิน แก้ได้ด้วยการใส่ส้มโอเป็นลำดับท้ายๆ พลิกเบาๆ พอเข้ากันแล้วเสิร์ฟเลย
ทำยำข้าวคั่วส้มโอล่วงหน้าได้ไหม?
ทำล่วงหน้าได้ถ้าแยกส่วน ผสมน้ำยำจนถึงขั้นใส่กะทิแล้วแช่ตู้เย็นไว้ ส้มโอกับกุ้งแยกกล่อง แล้วค่อยรวมกันตอนใกล้เวลากิน ของกรอบต้องเจอน้ำยำช้าที่สุด ถ้าแช่อยู่ในน้ำยำนาน หอมเจียวจะนิ่มและถั่วจะหายกรอบ ก่อนคลุกให้คนน้ำยำอีกรอบ เพราะข้าวคั่วจะตกตะกอนอยู่ก้นกล่อง

ยำข้าวคั่วส้มโอ

Recipe by lulla
  • Course: อาหารว่าง
  • Cuisine: ไทย
  • Difficulty: ง่าย
Servings
Prep time
20 minutes
Cooking time
5 minutes
Calories
350 kcal

น้ำยำ

ตัวยำ

ขั้นตอนการทำ

1. ใส่น้ำพริกเผา น้ำมะขามเปียก น้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำตาลปิ๊บลงในอ่างผสม

ยำข้าวคั่วส้มโอ ขั้นที่ 1: ใส่น้ำพริกเผา น้ำมะขามเปียก น้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำตาลปิ๊บลงในอ่างผสม

2. ใช้ทัพพีคนผสมให้เข้ากัน บี้ก้อนน้ำตาลปิ๊บกับข้างอ่างจนละลายหมด น้ำยำต้องเนียนและไม่มีเกล็ดน้ำตาลเหลือ

ยำข้าวคั่วส้มโอ ขั้นที่ 2: ใช้ทัพพีคนผสมให้เข้ากัน บี้ก้อนน้ำตาลปิ๊บกับข้างอ่างจนละลายหมด…

3. ใส่ข้าวคั่ว พริกป่น และพริกซอยลงไป คนพอเข้ากัน น้ำยำจะข้นขึ้นเพราะข้าวคั่วดูดน้ำ

ยำข้าวคั่วส้มโอ ขั้นที่ 3: ใส่ข้าวคั่ว พริกป่น และพริกซอยลงไป คนพอเข้ากัน น้ำยำจะข้นขึ้นเพราะข้าวคั่วดูดน้ำ

4. เทกะทิลงไป ผสมให้เข้ากันจนน้ำยำเป็นสีส้มเนียนทั้งอ่าง ชิมแล้วปรับเปรี้ยว หวาน เค็มตอนนี้ก่อนใส่ส้มโอ

ยำข้าวคั่วส้มโอ ขั้นที่ 4: เทกะทิลงไป ผสมให้เข้ากันจนน้ำยำเป็นสีส้มเนียนทั้งอ่าง ชิมแล้วปรับเปรี้ยว หวาน…

5. ใส่ส้มโอ ใช้ทัพพีตักจากก้นอ่างแล้วพลิกขึ้นเบาๆ พอน้ำยำเคลือบเนื้อส้มโอทั่วก็หยุด ไม่ต้องคนแรง เนื้อส้มโอจะได้ไม่แตก

ยำข้าวคั่วส้มโอ ขั้นที่ 5: ใส่ส้มโอ ใช้ทัพพีตักจากก้นอ่างแล้วพลิกขึ้นเบาๆ พอน้ำยำเคลือบเนื้อส้มโอทั่วก็หยุด…

6. ใส่กุ้งลวก ตามด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์และหอมเจียว คลุกเคล้าเบาๆ ให้เข้ากันดี

ยำข้าวคั่วส้มโอ ขั้นที่ 6: ใส่กุ้งลวก ตามด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์และหอมเจียว คลุกเคล้าเบาๆ ให้เข้ากันดี

7. ตักใส่จานแล้วเสิร์ฟทันที ตอนนั้นหอมเจียวยังกรอบและส้มโอยังไม่คายน้ำ

ยำข้าวคั่วส้มโอ ขั้นที่ 7: ตักใส่จานแล้วเสิร์ฟทันที ตอนนั้นหอมเจียวยังกรอบและส้มโอยังไม่คายน้ำ
This content was created with the help of an automated system.
author profile image

lulla

Lulla อ่านว่า “ลั้ลลา” เว็บไซต์ที่จะทำให้คุณเพลินเพลิน ลั้ลลา ไปกับทุกช่วงเวลาของการค้นหาสิ่งใหม่ๆ เพราะเราเชื่อว่า “เรื่องกิน และเที่ยว ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ”

ติดตาม