กะเพราพริกแห้งเผ็ดแบบร้อนลึกและมีกลิ่นหอมจากพริกแห้งที่โดนน้ำมันร้อน ต่างจากพริกสดที่เผ็ดแหลมจี๊ด หมูสับซึมรสซอสหอยนางรมจนเค็มนัว ใบกะเพราหอมฉุน ผัดเสร็จในเวลาประมาณ 15 นาที ตักราดข้าวกับไข่ดาวกรอบๆ สักฟองได้เป็นมื้อกลางวันเลย
กะเพราพริกแห้งหมูสับรสชาติเป็นยังไง
พริกแห้งให้ความเผ็ดที่ค่อยๆ ร้อนขึ้นในปาก พร้อมกลิ่นหอมที่พริกสดไม่มี ชิ้นพริกที่โขลกหยาบยังเห็นเป็นเกล็ดสีแดงแทรกอยู่ในเนื้อหมู กัดเจอแล้วเผ็ดขึ้นเป็นจังหวะ หมูสับเป็นเม็ดร่วนเคลือบซอสเค็มนัวออกหวานนิดๆ จากซอสหอยนางรม
เตรียมของประมาณ 10 นาที ส่วนใหญ่หมดไปกับการโขลกพริกแห้งกับกระเทียม ผัดจริงใช้เวลาแค่ประมาณ 5–7 นาที คนที่เพิ่งหัดผัดก็ทำได้ ขอแค่คุมไฟอย่าให้พริกแห้งไหม้ เหมาะกับมื้อกลางวันที่อยากกินอะไรเผ็ดๆ ทำเองที่บ้านแต่ไม่อยากล้างหลายกระทะ
เคล็ดลับให้กะเพราพริกแห้งหอมไม่ขม
โขลกหยาบพอ
พริกแห้งที่โขลกจนเป็นผงละเอียดไหม้เร็วกว่าชิ้นหยาบมาก ให้เหลือเป็นเกล็ดใหญ่เล็กปนกัน กระเทียมแตกพอมีน้ำออก กลิ่นจะค่อยๆ ออกมาในน้ำมันแทนที่จะไหม้ทันทีที่ลงกระทะ
ดูสีพริก ดมกลิ่นให้ทัน
ช่วงหอมของพริกแห้งในน้ำมันสั้นมาก สัญญาณคือกลิ่นฉุนเผ็ดลอยขึ้นมาจนแสบจมูก ถ้าพริกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ ความขมจะติดไปทั้งกระทะและแก้ด้วยการปรุงไม่ได้ ถ้าเห็นว่าไปเร็วเกิน ใส่หมูตามลงไปได้เลย หมูจะช่วยลดความร้อนของกระทะ
ไฟอ่อนไปหมูจะแฉะ
หมูสับคายน้ำเยอะ ถ้ากระทะไม่ร้อนพอ น้ำจะนองก้นกระทะจนหมูกลายเป็นต้มแทนผัด เนื้อซีดและไม่มีกลิ่นหอมจากการผัด ใช้ไฟกลางค่อนแรงไว้ น้ำจากหมูจะระเหยไปเร็วและเนื้อหมูร่วนเป็นเม็ด
ปรุงตอนหมูยังสุกไม่หมด
ตอนที่หมูยังมีสีชมพูอยู่บ้าง เนื้อยังดูดซอสเข้าไปได้ ถ้ารอให้สุกทั้งหมดก่อนปรุง ซอสจะเกาะแค่ผิว และกว่าจะผัดให้เข้ากัน หมูก็แห้งแข็งแล้ว
ใบกะเพราต้องยังเขียวตอนตักขึ้นจาน
ใบกะเพราช้ำเร็วมาก อยู่บนความร้อนนานเกินไปใบจะดำ กลิ่นฉุนที่ควรมีก็จางลงจนเหลือแต่รสซอส จังหวะที่ใช่คือใบยังเขียวสดแต่เริ่มนิ่ม ความร้อนที่ค้างอยู่ในหมูจะทำให้ใบสุกต่ออีกนิดระหว่างตักใส่จาน
ดัดแปลงกะเพราพริกแห้ง
เปลี่ยนเป็นไก่สับหรือเนื้อสับ
ไก่สับสุกเร็วกว่าหมูและน้ำน้อยกว่า ลดเวลาผัดลงได้ ส่วนเนื้อสับไม่ควรผัดนานจนเนื้อแข็ง ใช้พริกแห้งและซอสชุดเดิมได้ทั้งสองแบบ
ปรับความเผ็ด
ความเผ็ดส่วนใหญ่อยู่ที่เมล็ดกับแกนในของพริกแห้ง ถ้าอยากได้กลิ่นพริกแต่เผ็ดน้อยลง ให้เขย่าเมล็ดทิ้งก่อนโขลก ถ้าอยากเผ็ดขึ้นให้เพิ่มจำนวนพริกแทนการโขลกให้ละเอียดขึ้น เพราะผงละเอียดไหม้ง่าย
ไม่มีซอสปรุงรส
ใช้ซีอิ๊วขาวเพิ่มแทนได้ รสจะเค็มตรงๆ ขึ้นเล็กน้อย ค่อยๆ เติมแล้วชิม เพราะซอสทั้งสามตัวในสูตรนี้เค็มเหมือนกันหมด
เสิร์ฟและเก็บกะเพราพริกแห้ง
กะเพราพริกแห้งเข้ากับข้าวสวยร้อนมากที่สุด ไข่ดาวช่วยให้กินเผ็ดได้นานขึ้น ไข่แดงที่ยังเยิ้มคลุกกับข้าวแล้วรสมันจะกลบความเผ็ดของพริกแห้งลงไปได้พอสมควร ส่วนไข่ขาวเกรียมๆ ให้เนื้อสัมผัสกรุบที่หมูสับไม่มี ไข่ที่วางทิ้งไว้บนข้าวร้อนนานๆ จะโดนไอน้ำจนนิ่ม เลยควรทำไข่ตอนใกล้กิน
หมูที่ผัดแล้วใส่กล่องปิดฝาเก็บในตู้เย็นได้ประมาณ 2–3 วัน อุ่นในกระทะด้วยไฟกลางจะกลับมาร่วนกว่าอุ่นไมโครเวฟ ใบกะเพราจะดำและกลิ่นอ่อนลงหลังเก็บ ถ้าทำไว้กินหลายมื้อ ให้แบ่งส่วนที่จะเก็บออกมาก่อนใส่ใบกะเพรา แล้วค่อยใส่ใบสดตอนอุ่น ไข่ดาวไม่ควรเก็บ ทำใหม่ทุกครั้ง
กะเพราพริกแห้งกับกะเพราพริกสดต่างกันยังไง?
ทำไมผัดกะเพราหมูสับแล้วมีน้ำเยอะ?
พริกแห้งผัดแล้วขม แก้ยังไง?
ใช้ใบโหระพาแทนใบกะเพราได้ไหม?
กะเพราพริกแห้งหมูสับ
- Course: อาหารจานหลัก
- Cuisine: ไทย
- Difficulty: ง่าย
กะเพราหมูสับ
สำหรับเสิร์ฟ
ขั้นตอนการทำ
1. โขลกพริกแห้งกับกระเทียมพอหยาบ ให้พริกยังเป็นเกล็ดและกระเทียมแตกพอมีน้ำ ตักพักไว้
2. ตั้งกระทะด้วยไฟปานกลางค่อนไปทางแรง ใส่น้ำมัน รอจนน้ำมันร้อน (ผิวน้ำมันเริ่มพลิ้ว แต่ยังไม่มีควัน)
3. ใส่พริกแห้งกับกระเทียมที่โขลกไว้ลงกระทะ ผัดไปเรื่อยๆ ราว 30 วินาที–1 นาที จนได้กลิ่นหอมและกระเทียมเริ่มเหลืองอ่อน อย่าปล่อยให้พริกดำ
4. ใส่หมูสับลงไป ใช้ไม้พายกดยีให้หมูแตกเป็นเม็ด ผัดจนหมูเริ่มสุก ยังเห็นสีชมพูอยู่บ้าง
5. ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม ซอสปรุงรส และซีอิ๊วขาว
6. ผัดต่อให้ซอสเข้ากับหมูทั่วทั้งกระทะ จนหมูสุกดี ไม่เหลือสีชมพู และน้ำในกระทะงวดลง ชิมแล้วปรับรสตามชอบ
7. ใส่ใบกะเพรา คลุกเคล้าพอเข้ากัน ใบเริ่มสลดก็ปิดไฟทันที
8. ทอดไข่ดาวในน้ำมันร้อนจนขอบกรอบ ตักกะเพราพริกแห้งหมูสับใส่จานหรือราดข้าว เสิร์ฟพร้อมไข่ดาว
This content was created with the help of an automated system.
