ต้มแซ่บหมูสับได้น้ำซุปเปรี้ยวเผ็ดกลิ่นข่าตะไคร้เหมือนต้มแซ่บกระดูกอ่อน แต่ไม่ต้องตุ๋นนาน เพราะหมูสับสุกในไม่กี่นาที ตักทีไรได้หมูร่วนนุ่มเต็มช้อน ข้าวคั่วทำให้น้ำซุปหอมและข้นขึ้นนิดหนึ่ง ซดร้อนๆ กับข้าวสวยมื้อเย็นได้สบาย
ต้มแซ่บหมูสับ รสชาติและความยาก
น้ำซุปออกสีส้มจากพริกป่น รสเปรี้ยวนำ เค็มตาม เผ็ดปลายลิ้น กลิ่นข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดชัด ข้าวคั่วลอยอยู่ในน้ำซุปให้กลิ่นคั่วหอมและเนื้อสัมผัสสากๆ นิดหน่อย หมูสับไม่จับเป็นก้อนใหญ่ แต่แตกเป็นเม็ดเล็กๆ กระจายทั่วหม้อ ตักคำไหนก็ได้ทั้งเนื้อทั้งน้ำ
ใช้เวลาเตรียมราว 15 นาที ส่วนใหญ่หมดไปกับการหั่นสมุนไพรและผัก ต้มจริงอีกราว 15 นาที ความยากอยู่ระดับง่าย ใช้หม้อใบเดียว จุดที่ต้องใส่ใจมีสองจังหวะ คือตอนใส่หมูสับกับตอนปรุงรสเปรี้ยวเค็ม เหมาะกับคนที่อยากกินต้มแซ่บแต่ไม่มีเวลาตุ๋นกระดูกอ่อน หรือบ้านที่มีเด็กและผู้สูงอายุซึ่งเคี้ยวกระดูกอ่อนลำบาก
เคล็ดลับให้ต้มแซ่บหมูสับออกมาดี
ใส่หมูสับตอนน้ำยังไม่ร้อน
ถ้าโยนหมูสับลงน้ำเดือด ผิวนอกจะสุกทันทีและจับเป็นก้อนแน่น ใส่ตอนไฟอ่อนน้ำยังเย็นแล้วใช้ทัพพีเขี่ยให้แตกตัวก่อน หมูจะสุกเป็นเม็ดร่วนๆ กระจายทั่วหม้อ
ช้อนฟองออกตอนน้ำเริ่มเดือด
หมูสับจะปล่อยฟองสีเทาขึ้นมาเมื่อน้ำเดือด ช้อนออกก่อนใส่ข่าตะไคร้ น้ำซุปจะใสและไม่มีกลิ่นคาว
ทุบตะไคร้และข่าก่อนลงหม้อ
สมุนไพรต้มแค่ราว 5 นาทีด้วยไฟกลาง ถ้าหั่นท่อนเฉยๆ กลิ่นจะออกไม่เต็มที่ ทุบให้แตกก่อน น้ำมันหอมจะออกมาในน้ำซุปเร็วขึ้น
ปิดไฟก่อนใส่น้ำมะนาว
น้ำมะนาวที่โดนความร้อนจัดนานๆ จะเสียกลิ่นสดและอาจมีรสขมติดปลายลิ้น ปิดไฟก่อนแล้วค่อยเติมน้ำปลากับน้ำมะนาว รสเปรี้ยวจะคมกว่า
ชิมหลังใส่ข้าวคั่วแล้วค่อยปรับ
ข้าวคั่วดูดน้ำซุปและทำให้รสกลมขึ้น ถ้าชิมก่อนใส่ข้าวคั่วแล้วปรุงจนพอดี พอใส่แล้วรสจะอ่อนลง ชิมรอบสุดท้ายหลังคนน้ำปลาน้ำมะนาวเข้ากันแล้ว
ดัดแปลงต้มแซ่บหมูสับ
เปลี่ยนเป็นไก่สับ
ใช้อกไก่หรือสะโพกไก่สับแทนหมูสับได้ วิธีทำเหมือนเดิม สะโพกไก่ให้เนื้อชุ่มกว่าอก เพราะมีมันแทรก
ใช้น้ำซุปกระดูกแทนซุปก้อน
ถ้ามีน้ำซุปกระดูกหมูต้มไว้แล้ว ใช้แทนน้ำเปล่ากับซุปก้อนได้เลย รสจะกลมและหวานธรรมชาติกว่า แต่ต้องลดน้ำปลาลงเพราะน้ำซุปมีรสอยู่แล้ว
ทำเผ็ดน้อยสำหรับเด็ก
ตักแบ่งส่วนของเด็กออกมาก่อนใส่พริกป่นและพริกขี้หนู แล้วปรุงแค่น้ำปลากับน้ำมะนาว ส่วนที่เหลือในหม้อค่อยเติมพริกตามชอบ
ผสมหมูสับกับกระดูกอ่อน
ถ้าอยากได้ทั้งสองแบบ ตุ๋นกระดูกอ่อนจนนุ่มก่อน แล้วใช้น้ำที่ตุ๋นนั้นต้มหมูสับต่อตามขั้นตอนเดิม
เสิร์ฟและเก็บ
ตักใส่ชามตอนร้อนจัดแล้วกินกับข้าวสวยหรือข้าวเหนียว ถ้ากินกันหลายคน ตั้งหม้อบนเตาปิกนิกกลางโต๊ะแล้วเปิดไฟอ่อนไว้ น้ำซุปจะร้อนตลอดมื้อ ผักชีฝรั่งกับต้นหอมควรใส่ตอนใกล้เสิร์ฟ ถ้าแช่ในน้ำร้อนนานจะเหี่ยวและเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ
ถ้ากินไม่หมด ตักผักสดออกเท่าที่ทำได้ รอให้หายร้อนแล้วใส่กล่องปิดฝาแช่ตู้เย็น เก็บได้ราว 2 วัน อุ่นด้วยไฟกลางพอเดือด ไม่ต้องเคี่ยวนาน รสเปรี้ยวจะอ่อนลงหลังค้างคืน บีบมะนาวเพิ่มหลังปิดไฟได้
ทำไมหมูสับในต้มแซ่บจับเป็นก้อน?
ไม่มีข้าวคั่วสำเร็จรูป ทำเองได้ไหม?
ทำไมต้องใส่น้ำมะนาวหลังปิดไฟ?
ต้มแซ่บหมูสับทำล่วงหน้าได้ไหม?
ต้มแซ่บหมูสับ
- Course: อาหารจานหลัก
- Cuisine: ไทย
- Difficulty: ง่าย
น้ำซุปและหมู
สมุนไพร
ปรุงรส
ผักใส่ท้าย
ขั้นตอนการทำ
1. ตั้งหม้อบนไฟอ่อน เทน้ำเปล่าลงไป ยังไม่ต้องรอให้น้ำร้อน
2. ใส่หมูสับลงในน้ำ ใช้ทัพพีเขี่ยและคนจนหมูแตกตัวเป็นเม็ดเล็กๆ ไม่มีก้อนใหญ่ค้าง
3. ใส่ซุปก้อน แล้วเปิดไฟแรงขึ้นให้น้ำเดือด ต้มจนหมูเปลี่ยนเป็นสีขาวสุกทั่ว ช้อนฟองที่ลอยขึ้นมาทิ้ง
4. ใส่ข่า ตะไคร้ และใบมะกรูด ลดเป็นไฟกลาง ต้มต่อประมาณ 5 นาทีจนได้กลิ่นสมุนไพรชัด
5. ใส่หอมแดงลงไปทั้งหัว คนเบาๆ ให้จมน้ำซุป
6. ปรุงรสด้วยพริกป่นและข้าวคั่ว คนให้กระจาย น้ำซุปจะเปลี่ยนเป็นสีส้มและข้นขึ้นเล็กน้อย
7. ปิดไฟ ใส่น้ำปลาและน้ำมะนาว คนให้เข้ากันดี ชิมแล้วเติมน้ำปลาหรือน้ำมะนาวจนได้รสเปรี้ยวเค็มตามชอบ
8. ใส่ผักชีฝรั่ง ต้นหอมซอย และพริกขี้หนู คนพอเข้ากันแล้วตักเสิร์ฟทันที
This content was created with the help of an automated system.
