เนื้อย่างข้าวคั่วสูตรนี้ย่างในกระทะได้เลย ไม่ต้องก่อเตาถ่าน น้ำตาลปี๊บกับซอสหอยนางรมในซอสหมักจะเคลือบผิวเนื้อจนเป็นสีน้ำตาลเข้ม แต่ข้างในยังฉ่ำ ข้าวคั่วกับพริกป่นที่หมักติดชิ้นเนื้อให้กลิ่นคั่วหอมแบบอีสาน พอจิ้มแจ่วมะขามเปรี้ยวหวานแล้วก็เป็นกับแกล้มที่หยิบกินได้เรื่อยๆ ในวงปาร์ตี้
เนื้อย่างข้าวคั่วจานนี้เป็นแบบไหน
รสของเนื้อออกเค็มหวานจากซอสหมัก มีกลิ่นกระเทียม รากผักชี พริกไทยจากสามเกลอ และความหอมของข้าวคั่วที่เกาะอยู่บนผิว เนื้อส่วนที่มีไขมันแทรกจะนุ่มและมีน้ำ ส่วนขอบที่โดนกระทะจะเกรียมหอม แจ่วมะขามช่วยตัดความมันด้วยรสเปรี้ยว และมีผักชีฝรั่งเพิ่มกลิ่นสด
เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการหมัก 20–30 นาที ซึ่งทำแจ่วไปพร้อมกันได้ ส่วนตอนย่างใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที เมนูนี้ทำง่าย ใช้แค่กระทะกับเตาแก๊สพกพาก็พอ จึงยกไปย่างกลางวงตอนสังสรรค์ได้ หรือจะทำเป็นกับข้าวกินกับข้าวเหนียวมื้อเย็นก็ได้
เคล็ดลับให้เนื้อฉ่ำและไม่ไหม้
ซับเนื้อให้แห้งก่อนหมัก
ถ้าผิวเนื้อยังเปียกน้ำ ซอสจะเกาะไม่ติดและเจือจาง พอลงกระทะ น้ำจะทำให้เนื้อกลายเป็นนึ่งแทนที่จะเกรียม ใช้กระดาษซับให้แห้งก่อน ซอสหมักจะเคลือบผิวได้แน่นกว่า
ซอสหมักไหม้เร็วกว่าเนื้อ
ซอสหมักมีทั้งน้ำตาลปี๊บและซอสหอยนางรม ซึ่งโดนความร้อนแล้วเปลี่ยนเป็นสีเข้มเร็วมาก ถ้ากระทะร้อนจนควันขึ้นแรง ผิวจะดำและขมทั้งที่ข้างในยังไม่ได้ที่ ความขมจะกลบกลิ่นข้าวคั่ว ใช้ไฟกลางค่อนแรงพอให้เนื้อมีเสียงฉ่าตอนลงกระทะก็พอ
เวลาย่างขึ้นกับความหนาของชิ้นเนื้อ
เวลาใน card เหมาะกับเนื้อชิ้นหนาประมาณ 2 เซนติเมตร ซึ่งจะได้ความสุกระดับกลางค่อนไปทางชมพู ถ้าชิ้นบางกว่านี้ เนื้อจะสุกเกินและแห้งเร็ว ถ้าหนากว่านี้ ตรงกลางอาจยังดิบ ให้ดูความหนาของเนื้อที่ซื้อมาแล้วปรับเวลาตาม
พักเนื้อก่อนหั่น
ยกเนื้อขึ้นจากกระทะแล้วพักไว้บนเขียงประมาณ 3–5 นาที น้ำในเนื้อจะกระจายกลับเข้าไปในชิ้น ถ้าหั่นทันที น้ำจะไหลนองเขียงและเนื้อจะแห้งลง เวลาหั่นให้ตัดขวางแนวเสี้ยน ชิ้นเนื้อจะเคี้ยวง่ายกว่า
ใช้ข้าวคั่วที่ยังหอม
ข้าวคั่วที่เปิดทิ้งไว้นานกลิ่นจะจางและอาจมีกลิ่นหืน ถ้าดมแล้วไม่หอมคั่ว ให้คั่วใหม่หรือนำไปคั่วในกระทะแห้งซ้ำสั้นๆ ก่อนใช้ เพราะทั้งเนื้อและแจ่วได้กลิ่นหลักมาจากข้าวคั่ว
ดัดแปลงสูตร
เปลี่ยนเป็นหมูสันคอ
ใช้ซอสหมักกับแจ่วชุดเดิมได้เลย หมูสันคอมีมันแทรกจึงฉ่ำแบบเดียวกัน แต่หมูต้องสุกทั่วถึงตรงกลาง จึงต้องย่างนานกว่าเนื้อ ใช้ไฟกลางค่อนอ่อนเพื่อไม่ให้ผิวไหม้ก่อนข้างในสุก
ย่างบนเตาถ่าน
ถ้ามีเตาถ่าน จะได้กลิ่นควันเพิ่มขึ้นมา ทาซอสหมักระหว่างย่างได้เหมือนเดิม แต่ถ่านร้อนไม่เท่ากันทั่วเตา ต้องคอยย้ายชิ้นเนื้อหนีจุดที่ไฟแรงเพื่อไม่ให้น้ำตาลในซอสไหม้
ปรับความเผ็ด
มีพริกป่นทั้งในซอสหมักและในแจ่ว ถ้ามีคนกินเผ็ดไม่ได้ ให้ลดพริกป่นในซอสหมักลงก่อน แล้วค่อยเติมพริกป่นในแจ่วเป็นถ้วยแยกสำหรับคนที่ชอบเผ็ด
เสิร์ฟและเก็บ
หั่นเนื้อเป็นชิ้นพอคำแล้ววางบนเขียงหรือจาน ตั้งแจ่วไว้ข้างๆ ให้จิ้มกันเอง กินคู่ข้าวเหนียวกับผักสดได้ ถ้าวางกลางวงนานจนเนื้อเย็น ผิวจะเริ่มเหนียว ให้ทยอยย่างทีละชิ้นจะได้กินตอนร้อนตลอด
เนื้อที่ย่างแล้วเก็บในกล่องปิดสนิทในตู้เย็นได้ประมาณ 2 วัน อุ่นในกระทะใช้ไฟแรงแค่สั้นๆ ถ้าอุ่นนาน เนื้อจะสุกเกินและแข็ง ส่วนแจ่วเก็บในตู้เย็นได้ประมาณ 3 วัน แต่ข้าวคั่วจะอืดและผักชีฝรั่งจะช้ำ ถ้าทำเผื่อไว้ ให้แยกข้าวคั่วกับผักชีฝรั่งไว้ แล้วค่อยใส่ตอนจะเสิร์ฟ
เนื้อย่างข้าวคั่วใช้เนื้อส่วนไหนดี?
ไม่มีข้าวคั่วสำเร็จรูป ทำเองได้ไหม?
หมักเนื้อข้ามคืนได้ไหม?
รู้ได้ยังไงว่าเนื้อสุกพอดี?
เนื้อย่างข้าวคั่ว (ย่างกระทะ) กับน้ำจิ้มแจ่ว
- Course: อาหารว่าง
- Cuisine: ไทย
- Difficulty: ง่าย
เนื้อหมัก
น้ำจิ้มแจ่ว
สำหรับย่าง
ขั้นตอนการทำ
1. ใส่ซอสหอยนางรม ซอสปรุงรส สามเกลอ และน้ำตาลปี๊บลงในชามผสม คนจนน้ำตาลปี๊บละลายและทุกอย่างเข้ากันดี
2. วางเนื้อลงในชาม คลุกและพลิกกลับด้านให้ซอสเคลือบทั่วทั้งชิ้น
3. โรยพริกป่นและข้าวคั่วลงบนเนื้อ คลุกให้เกาะทั่วทั้งสองด้าน แล้วหมักทิ้งไว้ประมาณ 20–30 นาที ไม่ต้องทิ้งซอสที่เหลือในชาม เก็บไว้ทาตอนย่าง
4. ระหว่างรอเนื้อ ทำน้ำจิ้มแจ่ว ใส่น้ำมะขามเปียก น้ำตาล น้ำปลา และน้ำมะนาวลงในชามผสม คนจนน้ำตาลละลาย ชิมแล้วปรับเปรี้ยวหวานเค็มตามชอบ
5. ใส่ข้าวคั่วและพริกป่นลงในแจ่ว คนให้เข้ากันดี แล้วโรยผักชีฝรั่งซอยปิดท้าย
6. ใส่น้ำมันลงในกระทะ ตั้งไฟกลางค่อนแรง พอน้ำมันเริ่มร้อน วางเนื้อลงไปในกระทะ ถ้าได้ยินเสียงฉ่าแปลว่ากระทะร้อนพอแล้ว
7. ย่างด้านละ 1 นาที 20 วินาที ระหว่างนั้นไม่ต้องขยับชิ้นเนื้อ ผิวจะได้เกิดสีน้ำตาล แล้วค่อยใช้ที่คีบกลับด้าน
8. ใช้แปรงจุ่มซอสหมักที่เหลือในชาม ทาให้ทั่วชิ้นเนื้อ แล้วพลิกให้ด้านที่ทาซอสโดนกระทะสักครู่จนซอสสุกและเคลือบผิว จากนั้นยกเนื้อขึ้นมาวางบนเขียง
9. หั่นเนื้อขวางแนวเสี้ยนเป็นชิ้นพอคำ เสิร์ฟตอนร้อนๆ จิ้มกับน้ำจิ้มแจ่ว
This content was created with the help of an automated system.
