ข้าวผัดน้ำจิ้มแจ่วคอหมูได้รสเปรี้ยวจากน้ำมะขามเปียก เผ็ดจากพริกป่น และหอมข้าวคั่วแบบน้ำจิ้มแจ่วทั้งจาน กินคู่คอหมูที่หมักน้ำตาลปี๊บกับซอสหอยนางรมแล้วย่างในกระทะจนผิวเหนียวหอม มันคอหมูฉ่ำๆ ช่วยตัดความจัดจ้านของข้าวได้พอดี ทำเสร็จได้ในกระทะใบเดียว และไม่ต้องตำน้ำจิ้มแยก
รสชาติและความยากของเมนูนี้
ข้าวออกสีน้ำตาลจากซีอิ๊วดำ รสเปรี้ยวนำ เค็มหวานตาม แล้วจบด้วยความเผ็ดและกลิ่นคั่วของข้าวคั่ว คล้ายเอาข้าวไปคลุกน้ำจิ้มแจ่ว คอหมูได้รสหวานเค็มจากน้ำหมัก ผิวนอกเป็นคาราเมล ส่วนมันยังฉ่ำอยู่ข้างใน ถ้ากินคำเดียวพร้อมข้าวจะได้ทั้งเปรี้ยว เผ็ด และหวานมันในคำเดียวกัน
ทั้งหมดใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมง ทำด้วยกระทะใบเดียวผัดข้าวก่อนแล้วค่อยย่างหมู ส่วนที่ต้องคอยดูคือตอนย่าง เพราะน้ำหมักมีน้ำตาลปี๊บ ถ้าไฟแรงเกินผิวจะดำไหม้ก่อนเนื้อข้างในสุก ใครเคยผัดข้าวเองมาแล้วก็ทำได้สบาย เหมาะเป็นมื้อกลางวันจานเดียวอิ่ม
เคล็ดลับให้ข้าวไม่แฉะ หมูไม่ไหม้
ใช้ข้าวที่หุงทิ้งไว้จนเย็น
ข้าวผัดนี้มีน้ำมะขามเปียกเป็นของเหลวอยู่ในเครื่องปรุง ถ้าใช้ข้าวร้อนที่เพิ่งหุงเสร็จ เมล็ดข้าวจะอุ้มน้ำจนติดกันเป็นก้อนแฉะ ส่วนข้าวเย็นหรือข้าวค้างคืนเมล็ดแห้งกว่า ผัดแล้วร่วนและดูดรสได้ทั่วทั้งเมล็ด
ย่างคอหมูด้วยไฟอ่อนตลอด
น้ำตาลปี๊บกับซอสหอยนางรมในน้ำหมักไหม้เร็ว ถ้าเร่งไฟเพราะอยากให้เสร็จไว ผิวจะดำและขมก่อนที่ข้างในจะสุก ไฟอ่อนทำให้ผิวค่อยๆ เป็นคาราเมลสีน้ำตาลเข้ม ส่วนมันก็มีเวลาละลายออกมาด้วย
ใส่ข้าวคั่วช่วงท้าย
ถ้าใส่ข้าวคั่วพร้อมเครื่องปรุงที่เป็นน้ำ ข้าวคั่วจะดูดความชื้นจนนิ่ม กลิ่นคั่วก็จางลง ใส่หลังจากน้ำในกระทะงวดแล้ว ข้าวผัดจะยังมีกลิ่นหอมแบบแจ่วชัดเจน
ชิมก่อนใส่พริกป่น
น้ำมะขามเปียกแต่ละครั้งเข้มข้นไม่เท่ากัน ชิมข้าวหลังปรุงรสก่อน ถ้าเปรี้ยวไม่พอค่อยเติมน้ำมะขามทีละน้อย แล้วค่อยเติมพริกป่นตามระดับเผ็ดที่ชอบ
พักหมูสักครู่ก่อนหั่น
ถ้าหั่นคอหมูทันทีที่ยกจากกระทะ น้ำในเนื้อจะไหลนองบนเขียงและเนื้อจะแห้งลง พักไว้ประมาณ 3–5 นาทีให้น้ำกลับเข้าเนื้อก่อน ชิ้นหมูจะยังฉ่ำตอนกิน
ดัดแปลงสูตร
เปลี่ยนเนื้อสัตว์
ใช้สะโพกไก่ติดหนังแทนคอหมูได้โดยใช้น้ำหมักเดิม หนังไก่ให้ไขมันใกล้เคียงกับมันคอหมู ถ้าใช้หมูสามชั้นให้ย่างนานขึ้นเล็กน้อยจนมันใส
ปรับเปรี้ยวด้วยมะนาว
ถ้าไม่มีน้ำมะขามเปียก ให้บีบมะนาวลงไปตอนปิดไฟแทน รสเปรี้ยวจะแหลมและสดกว่า แต่ข้าวจะไม่ได้รสเปรี้ยวอมหวานนุ่มๆ แบบมะขาม
ทำเวอร์ชันไม่เผ็ด
ลดพริกป่นหรือตัดออกไปเลย แล้วเพิ่มข้าวคั่วแทน ข้าวผัดยังมีกลิ่นแจ่วจากข้าวคั่วกับน้ำมะขาม เหมาะกับคนที่กินเผ็ดไม่ได้
การเสิร์ฟและการเก็บ
เมนูนี้อร่อยสุดตอนที่ข้าวยังร้อนและหมูเพิ่งหั่นเสร็จ ถ้าตั้งทิ้งไว้นาน ข้าวคั่วในข้าวผัดจะนิ่มลงเพราะดูดความชื้น และผิวคาราเมลของคอหมูจะเริ่มแข็ง หั่นหมูเป็นชิ้นเฉียงบางพอดีคำจะเคี้ยวง่ายกว่าหั่นหนา เพราะคอหมูมีทั้งเนื้อทั้งเอ็นแทรกอยู่
ถ้ากินไม่หมด ให้เก็บข้าวผัดกับหมูแยกกล่องปิดสนิทในตู้เย็นได้ประมาณ 2 วัน เพราะถ้าเก็บรวมกัน น้ำจากหมูจะซึมลงไปทำให้ข้าวแฉะ ตอนอุ่น ข้าวผัดให้ผัดในกระทะจนร้อนทั่ว ส่วนหมูอุ่นด้วยไฟอ่อนแค่พอร้อน ถ้าอุ่นนานเกินน้ำตาลที่ผิวจะไหม้และเนื้อจะแข็ง
ข้าวผัดน้ำจิ้มแจ่วต้องทำน้ำจิ้มแจ่วแยกไหม?
ย่างคอหมูในกระทะยังไงไม่ให้ไหม้?
คอหมูควรเลือกแบบไหน?
ใช้ข้าวหุงใหม่ผัดได้ไหม?
ข้าวผัดน้ำจิ้มแจ่วคอหมู
- Course: อาหารจานเดียว
- Cuisine: ไทย
- Difficulty: ง่าย
ข้าวผัดรสแจ่ว
คอหมูย่าง
ขั้นตอนการทำ
1. ตั้งกระทะด้วยไฟกลาง ใส่น้ำมันสำหรับผัดข้าว รอจนน้ำมันเริ่มร้อน (เอียงกระทะแล้วน้ำมันไหลลื่นเป็นมันวาว)
2. ตอกไข่ไก่ลงไป ปล่อยให้ขอบไข่เริ่มเซ็ตตัวแล้วค่อยใช้ตะหลิวยีให้แตก ผัดจนไข่พอสุก ยังนุ่มอยู่
3. ใส่ข้าวลงไป ใช้ตะหลิวกดยีก้อนข้าวให้แตกออก ผัดต่อจนข้าวกับไข่เข้ากันดีและเมล็ดข้าวเคลือบน้ำมันทั่ว
4. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะขามเปียก น้ำตาลทราย และซีอิ๊วดำ ผัดจนข้าวเป็นสีน้ำตาลเสมอกันทั้งกระทะและน้ำเครื่องปรุงซึมเข้าข้าวจนไม่เหลือน้ำนองก้นกระทะ ชิมและปรับรสตรงนี้
5. ใส่พริกป่น ข้าวคั่ว และต้นหอม ผัดต่อให้เข้ากันดีจนต้นหอมเริ่มสลด ปิดไฟ ตักข้าวผัดพักไว้ แล้วล้างหรือเช็ดกระทะให้สะอาด
6. เตรียมชามผสม ใส่สันคอหมู น้ำตาลปี๊บ ซีอิ๊วขาว และซอสหอยนางรม ใช้มือคลุกและนวดให้น้ำหมักเคลือบทั่วทั้งสองด้านของชิ้นหมู
7. ตั้งกระทะ เทน้ำมันลงไป ใช้ไฟอ่อน รอจนน้ำมันเริ่มร้อน
8. วางคอหมูลงย่างด้วยไฟอ่อน พลิกกลับด้านเป็นระยะ ย่างจนผิวทั้งสองด้านเป็นสีน้ำตาลเข้มแบบคาราเมล กดตรงส่วนหนาสุดแล้วเนื้อแน่นเด้งกลับ ไม่มีน้ำสีชมพูไหลออกมา ถ้าคราบน้ำหมักในกระทะเริ่มดำเร็วให้ลดไฟลงอีก
9. ยกคอหมูขึ้นวางบนเขียง พักไว้ครู่หนึ่ง แล้วหั่นเฉียงขนาดตามชอบ จัดจานคู่กับข้าวผัดที่ผัดไว้ เสิร์ฟทันที
This content was created with the help of an automated system.
