ยำทูน่าฟูทำแบบเดียวกับยำปลาดุกฟู แต่ใช้ทูน่าแทน จึงไม่ต้องย่างหรือแกะก้างปลาก่อน เนื้อทูน่าคลุกเกล็ดขนมปังแล้วทอดออกมาเป็นแพสีเหลืองกรอบ ตักกินกับยำมะม่วงดิบที่รสเปรี้ยวหวานเผ็ด ถ้าใช้ทูน่ากระป๋องแบบในน้ำมัน ตอนทอดน้ำมันจะไม่ค่อยกระเด็น
ยำทูน่าฟูรสชาติเป็นยังไง
ทูน่าฟูที่ทอดได้ที่จะกรอบร่วน กัดแล้วแตกเป็นเกล็ด มีกลิ่นปลาหอมมันจางๆ ตัวยำเป็นเส้นมะม่วงดิบกับแครอทที่ยังกรอบ แช่อยู่ในน้ำยำเปรี้ยวนำ หวานจากน้ำตาลปี๊บ เผ็ดจากพริก ตักยำราดบนทูน่าฟูทีละคำ ส่วนที่โดนน้ำยำจะนุ่มลงนิดหน่อย ส่วนที่เหลือยังกรอบอยู่
เวลาทำรวมประมาณ 35 นาที ส่วนที่กินเวลาที่สุดคือยีทูน่ากับหั่นผักเป็นเส้น ส่วนทอดใช้เวลาไม่นาน ความยากอยู่ที่ความร้อนของน้ำมันเท่านั้น เมนูนี้เหมาะทำเป็นกับข้าวมื้อเย็นกินกับข้าวสวย หรือเป็นกับแกล้มที่ทำได้จากของในตู้ โดยไม่ต้องซื้อปลาสดมาก่อน
เคล็ดลับให้ทูน่าฟูกรอบ ไม่อมน้ำมัน
ยีให้เนื้อแตกเป็นเส้นฝอย
ถ้ายังมีก้อนเนื้อหนาเหลืออยู่ ด้านนอกจะไหม้ก่อนที่ด้านในจะแห้ง และก้อนนั้นจะนิ่มตรงกลาง เนื้อที่ยีเป็นเส้นเล็กๆ ทอดแล้วฟูขึ้นเป็นโพรง ได้ความกรอบร่วนแบบปลาดุกฟู
สะเด็ดน้ำในกระป๋องออกก่อน
ทูน่าที่ยังชุ่มน้ำมันหรือน้ำเกลือจะดูดเกล็ดขนมปังจนแฉะ และจะไม่ร่วนเวลาลงกระทะ เนื้อที่คลุกเสร็จแล้วควรร่วน กำแล้วไม่จับตัวเป็นก้อน
น้ำมันต้องร้อนก่อนใส่ทูน่า
ลองหย่อนทูน่าลงไปนิดเดียว ถ้าฟองขึ้นรอบๆ ทันทีแสดงว่าน้ำมันร้อนพอแล้ว ถ้าทูน่าจมนิ่งอยู่ก้นกระทะแสดงว่ายังไม่ร้อน ทอดตอนนี้เนื้อจะดูดน้ำมันเข้าไปและไม่พองขึ้น
อย่าเขี่ยตอนทูน่าเพิ่งลงกระทะ
ช่วงแรกเนื้อยังไม่เกาะกัน ถ้าคนตอนนี้จะแตกเป็นผงแล้วไหม้ติดก้นกระทะ ให้รอจนขอบแพเริ่มเหลืองและฟองเริ่มเบาลงก่อนค่อยพลิก
คลุกยำตอนใกล้เสิร์ฟ
มะม่วงดิบกับหอมใหญ่ที่แช่น้ำยำนานจะคายน้ำ ทำให้รสจืดลงและเส้นมะม่วงหายกรอบ ผสมน้ำยำเตรียมไว้ก่อนได้ แล้วค่อยใส่ผักตอนจะยกขึ้นโต๊ะ
ดัดแปลงสูตร
ใช้ทูน่าในน้ำเกลือแทน
ใช้ได้ แต่ต้องบีบน้ำออกให้หมดก่อนยี เพราะน้ำที่ค้างอยู่ในเนื้อจะทำให้น้ำมันปะทุตอนทอด เนื้อจะแห้งกว่าแบบในน้ำมัน และหอมมันน้อยกว่าเล็กน้อย
กลับไปใช้ปลาดุก
ใช้ปลาดุกย่างหรือนึ่งจนสุก แกะหนังกับก้างออก แล้วยีเนื้อให้ฟูก่อน จากนั้นทำต่อเหมือนสูตรนี้ได้เลย จะได้ยำปลาดุกฟูแบบเดิมที่กลิ่นปลาชัดกว่า
ไม่มีมะม่วงดิบ
ใช้แอปเปิลเขียวหั่นเป็นเส้นแทนได้ รสเปรี้ยวจะอ่อนลง ให้เติมน้ำมะนาวอีกนิดเพื่อชดเชย หรือจะเพิ่มแครอทให้มากขึ้นแทนมะม่วงก็ได้
ปรับความเผ็ด
ถ้ามีเด็กกินด้วย ให้ลดพริกในยำลง แล้วแยกพริกซอยใส่น้ำปลาไว้ข้างๆ ให้คนที่ชอบเผ็ดเติมเอง ทูน่าฟูไม่มีพริกอยู่แล้ว เด็กจึงกินเปล่าๆ ได้
เสิร์ฟและเก็บ
จัดทูน่าฟูกับยำแยกจานกัน แล้วให้คนกินตักยำราดเองทีละคำ แบบนี้ทูน่าฟูจะกรอบอยู่ได้จนหมดจาน ถ้าเทยำลงไปทั้งถ้วย ไม่กี่นาทีทูน่าจะนิ่มและแฉะ กินกับข้าวสวยร้อนๆ ได้
ทูน่าฟูที่ทอดแล้ว ถ้าพักให้เย็นสนิทแล้วใส่กล่องปิดฝา จะเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องได้ประมาณ 1–2 วัน ถ้าเริ่มนิ่ม ให้อบในหม้อทอดไร้น้ำมันหรือเตาอบที่ 160 องศา ประมาณ 3–5 นาทีจะกรอบขึ้น ส่วนยำไม่ควรเก็บข้ามวันเพราะผักจะคายน้ำ ถ้าจะเก็บให้เก็บเฉพาะน้ำยำไว้ในตู้เย็น
ทำยำทูน่าฟูต้องใช้ทูน่ากระป๋องแบบไหน?
ทอดทูน่าฟูแล้วทำไมไม่ฟู แฉะ และอมน้ำมัน?
ยำทูน่าฟูต่างจากยำปลาดุกฟูยังไง?
ทำทูน่าฟูไว้ล่วงหน้าได้ไหม?
ยำทูน่าฟู
- Course: อาหารจานหลัก
- Cuisine: ไทย
- Difficulty: ง่าย
ทูน่าฟู
น้ำยำ
ผักยำ
ตกแต่ง
ขั้นตอนการทำ
1. สะเด็ดน้ำมันออกจากทูน่าให้มากที่สุด แล้วใช้ส้อมหรือปลายนิ้วยีเนื้อจนละเอียดและฟูเป็นเส้นฝอย ไม่ให้เหลือก้อน
2. ใส่เกล็ดขนมปังลงไปในทูน่า แล้วคลุกให้เกล็ดขนมปังเคลือบทั่วเนื้อ เนื้อที่ได้ควรร่วน ไม่จับตัวเป็นก้อน
3. ตั้งกระทะบนไฟกลางค่อนแรง ใส่น้ำมันลงไปแล้วรอให้ร้อน ลองหย่อนทูน่าลงไปนิดหนึ่ง ถ้ามีฟองขึ้นทันทีแสดงว่าร้อนพอแล้ว
4. ใส่ทูน่าลงไปทีละน้อย โรยให้กระจายเป็นแผ่นบางๆ บนผิวน้ำมัน ทิ้งไว้สักครู่ให้เนื้อเกาะกันก่อน อย่าเพิ่งคน
5. ทอดต่อจนแพทูน่าพองฟูและขอบเริ่มเหลือง แล้วพลิกอีกด้าน ทอดจนเหลืองกรอบทั่วทั้งแพ ฟองรอบๆ จะเบาลงเมื่อเนื้อแห้งแล้ว
6. ใช้กระชอนตักทูน่าขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน ถ้ายังมีทูน่าเหลือ ให้รอน้ำมันร้อนอีกครั้งแล้วทอดชุดต่อไป
7. ทำน้ำยำ ใส่น้ำมะนาวและน้ำปลาลงในชามผสม
8. ใส่น้ำตาลปี๊บลงไป แล้วคนจนน้ำตาลละลายเข้ากับน้ำยำหมด ชิมแล้วปรับให้ได้รสเปรี้ยวนำ หวาน เค็มตาม
9. ใส่พริก หอมใหญ่ และแครอทลงในน้ำยำ
10. ใส่มะม่วงดิบตามลงไป แล้วคลุกเคล้าให้ผักทุกอย่างโดนน้ำยำทั่วๆ
11. ตักยำใส่ถ้วย แล้วโรยหน้าด้วยขึ้นฉ่าย
12. จัดทูน่าฟูใส่จาน เสิร์ฟคู่กับถ้วยยำ แล้วตักยำราดบนทูน่าฟูตอนกิน
This content was created with the help of an automated system.
