บลูเบอร์รี่ชีสพาย สูตรไม่ต้องอบ ครีมชีสนมข้นหวาน แช่เย็นให้เซ็ต

บลูเบอร์รี่ชีสพาย สูตรไม่ต้องอบ ครีมชีสนมข้นหวาน แช่เย็นให้เซ็ต

บลูเบอร์รี่ชีสพายแบบไม่ต้องอบ ฐานแครกเกอร์คลุกเนยกรอบร่วน ชั้นบนเป็นครีมชีสเนื้อเนียนรสเปรี้ยวอมหวานจากนมข้นหวานกับน้ำมะนาว ราดซอสบลูเบอร์รี่ฉ่ำๆ ปิดหน้า ใช้วัตถุดิบไม่กี่อย่างและไม่ต้องใช้เตาอบ มีแค่ตี ผสม แล้วรอแช่เย็น ถือเป็นเมนูเริ่มต้นของคนหัดทำขนม ทำกินเองได้ ทำแจกก็ได้

ชีสพายไม่ต้องอบ กินแล้วเป็นยังไง

กัดคำเดียวได้สามชั้น ฐานแครกเกอร์ที่เนยจับตัวแน่นจนกรอบร่วน ชั้นครีมชีสเย็นเนื้อแน่นแต่ละลายในปาก มีเปรี้ยวจากน้ำมะนาวช่วยตัดความมันของชีส และซอสบลูเบอร์รี่ที่หวานอมเปรี้ยวอยู่บนสุด ถ้าใช้โอรีโอ้ทำฐาน ชั้นล่างจะเป็นสีดำเข้มและมีกลิ่นโกโก้ ตัดกับชั้นครีมชีสสีขาวชัดเจน

เวลาลงมือจริงประมาณ 30 นาที ที่เหลือเป็นเวลารอแช่ฐานในช่องฟรีซกับรอให้ชั้นครีมชีสเซ็ตในตู้เย็น รวมแล้วควรเผื่อไว้ประมาณ 4–5 ชั่วโมงหรือทำตั้งแต่คืนก่อน ชีสพายนี้ไม่ต้องใช้เจลาตินและไม่ต้องคุมไฟ ขอแค่มีเครื่องตีหรือตะกร้อกับพิมพ์สักใบ

ชีสพายนี้เหมาะกับการทำล่วงหน้าไว้เลี้ยงแขกหรือแบ่งใส่กล่องแจก เพราะยิ่งแช่เย็นเนื้อยิ่งแน่นและตัดชิ้นได้สวย จะทำใส่กล่องใหญ่เก็บไว้ตักกินในตู้เย็นก็ได้

เคล็ดลับให้ชีสพายเนียนและตัดชิ้นสวย

ครีมชีสต้องนิ่มก่อนลงเครื่องตี

ครีมชีสที่เพิ่งออกจากตู้เย็นยังแข็ง ตีแล้วจะแตกเป็นเม็ดเล็กๆ ทั่วชาม และเม็ดพวกนี้จะอยู่ในเนื้อชีสพายไปจนถึงตอนกิน ให้วางครีมชีสไว้นอกตู้เย็นประมาณ 30–60 นาทีแล้วแต่อากาศ ถ้าเอานิ้วกดแล้วยุบลงไปง่ายก็ใช้ได้

ดูปริมาณเนยจากอาการของเศษแครกเกอร์

ถ้าเนยน้อยไป ฐานจะแตกเป็นผงตอนเอามีดตัด ถ้าเนยมากไป ฐานจะแข็งเป็นแผ่นและมีน้ำมันเยิ้มที่ก้นพิมพ์ ลองบีบเศษแครกเกอร์ขึ้นมาหนึ่งกำมือ ถ้าเกาะกันเป็นก้อนแต่เขี่ยนิดเดียวก็แตก แปลว่าเนยกำลังดี

ฐานบางไม่เท่ากัน ขอบจะหักตอนแกะพิมพ์

ตรงไหนที่ฐานบางหรือยังหลวม มักจะแตกตอนถอดขอบพิมพ์หรือตอนยกชิ้นขึ้นจาน อีกเรื่องคือฐานต้องแข็งจริงก่อนตักครีมชีสลงไป ถ้ายังนิ่มอยู่ ไม้พายจะเกลี่ยเศษแครกเกอร์สีเข้มขึ้นมาปนเป็นเส้นในชั้นสีขาว

ชิมรสตอนยังอยู่ในชาม และปรุงหวานไว้เผื่อ

เทลงพิมพ์แล้วจะปรับรสไม่ได้อีก ความเย็นทำให้เรารับรสหวานได้น้อยลง ถ้าชิมตอนนี้แล้วหวานกำลังดี แช่เย็นเสร็จจะจืดลงนิดหนึ่ง น้ำมะนาวช่วยให้ครีมชีสกับนมข้นหวานข้นขึ้นด้วย แต่ถ้าใส่มากไปรสจะเปรี้ยวแหลมกลบกลิ่นชีส

ใช้ซอสบลูเบอร์รี่ที่เย็นแล้ว

ถ้าซอสยังอุ่น ผิวครีมชีสจะละลายและซอสจะไหลซึมลงข้างๆ จนชั้นขาวเป็นคราบม่วง ให้แช่ซอสในตู้เย็นไว้พร้อมกับตัวพาย แล้วค่อยราดตอนจะเสิร์ฟ

ดัดแปลงสูตร

ดัดแปลง

ฐานแครกเกอร์หรือโอรีโอ้

แครกเกอร์ธรรมดาให้ฐานสีน้ำตาลอ่อน รสเค็มนิดๆ ตัดกับครีมชีสได้ดี โอรีโอ้ให้ฐานสีดำ หวานกว่า และมีกลิ่นโกโก้ บดโอรีโอ้ทั้งไส้ครีมได้เลย แต่ไส้ครีมทำให้เศษขนมชุ่มอยู่แล้ว เนยจึงลดลงได้เล็กน้อย

ดัดแปลง

ทำใส่กล่องแทนพิมพ์

กดฐานลงกล่องใหญ่แล้วเทครีมชีสทับ ไม่ต้องแกะออกจากพิมพ์ ใช้ช้อนตักกินจากกล่องได้เลย หรือแบ่งใส่กล่องเล็กเป็นถ้วยเดี่ยวไว้แจก ถ้วยเล็กจะเซ็ตเร็วกว่าพิมพ์ใหญ่

ดัดแปลง

เปลี่ยนซอสด้านบน

ตัวชีสพายไม่ได้ใส่บลูเบอร์รี่ในเนื้อ จะเปลี่ยนเป็นซอสสตรอว์เบอร์รี่หรือซอสผลไม้กวนอื่นก็ได้ ส่วนฐานกับชั้นครีมชีสทำเหมือนเดิม

เสิร์ฟและเก็บ

เสิร์ฟเย็นๆ ทันทีที่เอาออกจากตู้เย็น ถ้าวางนอกตู้นาน ชั้นครีมชีสจะนิ่มจนตัดเป็นชิ้นไม่ได้ ใช้มีดจุ่มน้ำร้อนแล้วเช็ดให้แห้งก่อนตัดแต่ละครั้ง หน้าตัดจะเรียบ ซอสไม่ลากลงมาเปื้อนชั้นครีมชีส

ใส่กล่องปิดฝาหรือคลุมพลาสติกแล้วเก็บในตู้เย็น กินได้ภายในประมาณ 3–4 วัน ถ้าจะเก็บนานกว่านั้นให้แช่ช่องฟรีซเฉพาะตัวพายที่ยังไม่ราดซอส อยู่ได้ประมาณ 1 เดือน จะกินเมื่อไหร่ย้ายลงมาไว้ช่องธรรมดาข้ามคืนก่อน แล้วค่อยราดซอส

คำถามที่พบบ่อย
ชีสพายไม่เซ็ต เนื้อยังเหลวอยู่ ต้องทำยังไง?
ส่วนใหญ่เป็นเพราะแช่เย็นไม่นานพอ หรือพิมพ์ใหญ่และหนาจนตรงกลางยังไม่เย็นทั่ว ให้แช่ต่อจนกดตรงกลางแล้วไม่บุ๋ม ถ้ารีบใช้ ย้ายไปช่องฟรีซประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนตัดก็ช่วยได้ อีกสาเหตุคือครีมชีสที่นิ่มเกินหรือตีนานจนเหลว ครั้งต่อไปให้ตีแค่พอเนียนแล้วหยุด
ไม่มีเครื่องตีไฟฟ้า ใช้ตะกร้อมือได้ไหม?
ได้ ขอให้ครีมชีสนิ่มจริงๆ ก่อนเริ่ม ใช้ไม้พายกดครีมชีสกับขอบชามให้เนียนก่อน แล้วค่อยใช้ตะกร้อตีกับนมข้นหวานและน้ำมะนาว จะเหนื่อยกว่าเครื่องหน่อยแต่เนื้อที่ได้ไม่ต่างกัน
บลูเบอร์รี่ชีสพายเก็บในตู้เย็นได้กี่วัน?
ใส่กล่องปิดฝาแล้วเก็บได้ประมาณ 3–4 วัน ฐานแครกเกอร์จะค่อยๆ ดูดความชื้นจากชั้นครีมชีสจนนิ่มลง ถ้าอยากให้ฐานยังกรอบ ให้แยกซอสไว้แล้วราดเฉพาะชิ้นที่จะกิน
ใช้น้ำเลมอนแทนน้ำมะนาวได้ไหม?
ได้ น้ำเลมอนเปรี้ยวนุ่มกว่าและกลิ่นอ่อนกว่า อาจต้องเติมมากกว่ามะนาวอีกนิด ให้ค่อยๆ เติมแล้วชิมไปเรื่อยๆ จนได้เปรี้ยวที่ชอบ

บลูเบอร์รี่ชีสพาย (ไม่ต้องอบ)

Recipe by lulla
  • Course: ของหวาน
  • Cuisine: อเมริกัน
  • Difficulty: ง่าย
Servings
Prep time
30 minutes
Cooking time
5 minutes
Calories
500 kcal

ฐานพาย

ชั้นครีมชีส

ท็อปปิ้ง

ขั้นตอนการทำ

1. บดแครกเกอร์หรือโอรีโอ้ให้ละเอียด จะใช้เครื่องปั่นหรือใส่ถุงแล้วใช้ไม้คลึงทับก็ได้ บดจนไม่เหลือชิ้นใหญ่ ฐานจะได้แน่นเสมอกัน

บลูเบอร์รี่ชีสพาย (ไม่ต้องอบ) ขั้นที่ 1: บดแครกเกอร์หรือโอรีโอ้ให้ละเอียด…

2. ละลายเนย แล้วเทลงบนแครกเกอร์ที่บดไว้

บลูเบอร์รี่ชีสพาย (ไม่ต้องอบ) ขั้นที่ 2: ละลายเนย แล้วเทลงบนแครกเกอร์ที่บดไว้

3. ใช้ไม้พายคลุกจนเนยซึมเข้าเศษแครกเกอร์ทั่วทั้งชาม ไม่มีผงแห้งเหลือ เนื้อจะออกมาเป็นทรายเปียก

บลูเบอร์รี่ชีสพาย (ไม่ต้องอบ) ขั้นที่ 3: ใช้ไม้พายคลุกจนเนยซึมเข้าเศษแครกเกอร์ทั่วทั้งชาม ไม่มีผงแห้งเหลือ…

4. ตักแครกเกอร์ลงพิมพ์หรือกล่องที่เตรียมไว้ ใช้หลังช้อนกดให้เป็นชั้นเสมอกันทั่วก้นพิมพ์

บลูเบอร์รี่ชีสพาย (ไม่ต้องอบ) ขั้นที่ 4: ตักแครกเกอร์ลงพิมพ์หรือกล่องที่เตรียมไว้…

5. นำพิมพ์เข้าช่องฟรีซประมาณ 20–30 นาที จนฐานแข็งเซ็ตตัวดี

บลูเบอร์รี่ชีสพาย (ไม่ต้องอบ) ขั้นที่ 5: นำพิมพ์เข้าช่องฟรีซประมาณ 20–30 นาที จนฐานแข็งเซ็ตตัวดี

6. ระหว่างรอฐาน ใส่ครีมชีสที่นิ่มแล้วลงชาม ใช้เครื่องตีความเร็วต่ำถึงกลางตีจนครีมชีสเนียน ไม่เหลือก้อน

บลูเบอร์รี่ชีสพาย (ไม่ต้องอบ) ขั้นที่ 6: ระหว่างรอฐาน ใส่ครีมชีสที่นิ่มแล้วลงชาม…

7. เติมนมข้นหวานลงในครีมชีส

บลูเบอร์รี่ชีสพาย (ไม่ต้องอบ) ขั้นที่ 7: เติมนมข้นหวานลงในครีมชีส

8. เติมน้ำมะนาวตามลงไป

บลูเบอร์รี่ชีสพาย (ไม่ต้องอบ) ขั้นที่ 8: เติมน้ำมะนาวตามลงไป

9. ตีต่อจนครีมชีส นมข้นหวาน และน้ำมะนาวเข้ากันเป็นเนื้อเดียว แล้วชิมรส ถ้ายังไม่ถูกใจให้เติมนมข้นหวานหรือน้ำมะนาวทีละน้อยแล้วตีอีกครั้ง พอเนียนแล้วหยุดตี

บลูเบอร์รี่ชีสพาย (ไม่ต้องอบ) ขั้นที่ 9: ตีต่อจนครีมชีส นมข้นหวาน และน้ำมะนาวเข้ากันเป็นเนื้อเดียว แล้วชิมรส…

10. นำพิมพ์ที่ฐานแข็งแล้วออกจากช่องฟรีซ ตักครีมชีสลงบนฐานแครกเกอร์

บลูเบอร์รี่ชีสพาย (ไม่ต้องอบ) ขั้นที่ 10: นำพิมพ์ที่ฐานแข็งแล้วออกจากช่องฟรีซ ตักครีมชีสลงบนฐานแครกเกอร์

11. เกลี่ยหน้าครีมชีสให้เรียบ แล้วนำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 4 ชั่วโมงหรือข้ามคืน จนกดตรงกลางแล้วไม่บุ๋ม

บลูเบอร์รี่ชีสพาย (ไม่ต้องอบ) ขั้นที่ 11: เกลี่ยหน้าครีมชีสให้เรียบ แล้วนำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 4…

12. แกะชีสพายออกจากพิมพ์ แล้ววางบนจานเสิร์ฟ ถ้าทำในกล่องข้ามขั้นนี้ได้

บลูเบอร์รี่ชีสพาย (ไม่ต้องอบ) ขั้นที่ 12: แกะชีสพายออกจากพิมพ์ แล้ววางบนจานเสิร์ฟ ถ้าทำในกล่องข้ามขั้นนี้ได้

13. ราดซอสบลูเบอร์รี่บนหน้าชีสพาย จะใส่มากหรือน้อยก็ได้ตามชอบ แล้วเสิร์ฟทันที

บลูเบอร์รี่ชีสพาย (ไม่ต้องอบ) ขั้นที่ 13: ราดซอสบลูเบอร์รี่บนหน้าชีสพาย จะใส่มากหรือน้อยก็ได้ตามชอบ…
This content was created with the help of an automated system.
author profile image

lulla

Lulla อ่านว่า “ลั้ลลา” เว็บไซต์ที่จะทำให้คุณเพลินเพลิน ลั้ลลา ไปกับทุกช่วงเวลาของการค้นหาสิ่งใหม่ๆ เพราะเราเชื่อว่า “เรื่องกิน และเที่ยว ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ”

ติดตาม