ทำไมต้องเที่ยวภูเก็ต
พูดถึงทะเลภาคใต้ หลายคนนึกถึงภูเก็ตเป็นอันดับแรก และก็ไม่ผิดเลย เพราะเกาะนี้มีครบทุกอย่าง ตั้งแต่หาดทรายขาวน้ำทะเลสีเทอร์ควอยซ์ใส ไปจนถึงเมืองเก่าสถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกีสที่เดินถ่ายรูปได้ทั้งวัน อาหารท้องถิ่นภูเก็ตที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร แถมยังเป็นจุดเริ่มต้นของทริปเกาะสวยๆ อีกหลายที่
ตอนไปภูเก็ตครั้งแรก สิ่งที่เซอร์ไพรส์มากคืออาหาร ที่นี่ไม่ได้มีแค่ผัดไทยกับส้มตำ แต่มีอาหารภูเก็ตแท้ๆ ที่ได้รับอิทธิพลจากจีนฮกเกี้ยนกับมลายู ผสมผสานจนกลายเป็นรสชาติเฉพาะตัว ยิ่งเข้าไปในย่านเมืองเก่ายิ่งเจอของอร่อยที่หากินที่อื่นไม่ได้ ไกด์ฉบับนี้เราจะพาเจาะลึกทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนไปภูเก็ต ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือเคยไปแล้วก็ใช้ได้
ภาพรวมภูเก็ต สิ่งที่ต้องรู้ก่อนไป
ภูเก็ตเป็นทั้งชื่อจังหวัดและชื่อเกาะที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ตั้งอยู่ทางฝั่งทะเลอันดามัน ภาคใต้ตอนบน มีพื้นที่ประมาณ 543 ตารางกิโลเมตร เชื่อมกับแผ่นดินใหญ่ทางจังหวัดพังงาด้วยสะพานสารสินและสะพานเทพกระษัตรี
ในอดีตภูเก็ตเป็นเมืองเหมืองแร่ดีบุกที่สำคัญ ดึงดูดพ่อค้าจากจีน มลายู และยุโรปมาตั้งรกราก ทำให้เกิดวัฒนธรรมผสมผสานที่เรียกว่า เปอรานากัน (Peranakan) ซึ่งยังคงเห็นร่องรอยได้ชัดในสถาปัตยกรรมเมืองเก่า อาหาร และประเพณีท้องถิ่นจนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันภูเก็ตรับนักท่องเที่ยวกว่า 10 ล้านคนต่อปี เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมระดับโลก
ข้อมูลพื้นฐานที่ควรรู้:
- สกุลเงิน: บาท (THB)
- ภาษา: ภาษาไทย (ย่านท่องเที่ยวสื่อสารภาษาอังกฤษได้)
- เขตเวลา: GMT+7
- รหัสสนามบิน: HKT (สนามบินนานาชาติภูเก็ต)
- ไฟฟ้า: 220V ปลั๊กแบบ A, B, C หรือ F
- น้ำดื่ม: ซื้อน้ำขวด ไม่ควรดื่มน้ำจากก๊อก

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับเที่ยวภูเก็ต
ภูเก็ตเป็นเกาะเขตร้อน อากาศแบ่งออกเป็น 2 ช่วงหลักๆ ตามฤดูมรสุม เลือกช่วงเวลาให้เหมาะกับสไตล์และงบของคุณ
พฤศจิกายน–เมษายน (High Season — แนะนำ) — ช่วงนี้ฝนน้อยมาก ท้องฟ้าใส ทะเลสงบ เหมาะกับการเล่นน้ำ ดำน้ำ และทริปเกาะ เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์เป็น peak ที่สุด คนเยอะและราคาที่พักสูง ถ้าอยากหลีกเลี่ยงคนเยอะแต่ยังได้อากาศดี ลองมาช่วงพฤศจิกายน-ธันวาคม หรือมีนาคม ส่วนช่วงสงกรานต์กลางเมษายนสนุกมาก ได้เล่นน้ำทั้งบนหาดและในเมือง
พฤษภาคม–ตุลาคม (Low Season) — ฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ฝนตกบ่อยขึ้น บางวันฝนตกหนักและคลื่นแรง หลายหาดจะปักธงแดงห้ามว่ายน้ำ แต่ข้อดีคือราคาที่พักลดลง 30-50% คนน้อยกว่ามาก และไม่ได้ฝนตกทั้งวัน ส่วนใหญ่ฝนจะมาช่วงบ่ายถึงค่ำ เช้าๆ ยังออกเที่ยวได้ ถ้ายืดหยุ่นเรื่องแผนเที่ยวได้ช่วงนี้ก็ประหยัดดี อุณหภูมิตลอดปีอยู่ที่ประมาณ 25-33 องศาเซลเซียส
วิธีเดินทางไปเที่ยวภูเก็ต
ภูเก็ตเข้าถึงได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยู่ที่ไหนและงบเท่าไหร่
เครื่องบิน
วิธีที่สะดวกที่สุด สนามบินนานาชาติภูเก็ต (HKT) ตั้งอยู่ทางเหนือของเกาะ มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพ (สุวรรณภูมิและดอนเมือง) ใช้เวลาบินประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที ค่าตั๋วเริ่มต้นประมาณ 1,000-3,000 บาท ขึ้นอยู่กับสายการบินและช่วงเวลา นอกจากนี้ยังมีเที่ยวบินตรงจากเชียงใหม่ หาดใหญ่ และเมืองอื่นๆ ทั่วเอเชีย (ราคาอาจเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงล่าสุด 2026-04)

จากสนามบินเข้าตัวเมือง
สนามบินภูเก็ตอยู่ทางเหนือสุดของเกาะ ห่างจากย่านหาดหลักๆ ค่อนข้างมาก มีหลายทางเลือก:
- Phuket Smart Bus — รถบัสปรับอากาศวิ่งจากสนามบินไปจนถึงหาดราไวย์ทางใต้สุด แวะจอดตามหาดหลักๆ ตลอดฝั่งตะวันตก ได้แก่ บางเทา สุรินทร์ กมลา ป่าตอง กะรน กะตะ ค่าโดยสารประมาณ 100-170 บาท ประหยัดและสะดวก
- รถตู้สนามบิน (Airport Bus) — วิ่งเข้าตัวเมืองเก่าภูเก็ต ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
- แท็กซี่ / Grab — สะดวกแต่ค่อนข้างแพง จากสนามบินไปหาดป่าตองประมาณ 600-800 บาท ไปกะตะหรือกะรนอาจถึง 1,000 บาท ถ้าไปเป็นกลุ่มหารกันจะคุ้มขึ้น
- เช่ารถ — รับรถได้ที่สนามบิน ขับเองสะดวกสุดถ้าวางแผนเที่ยวหลายที่ ราคาเริ่มต้นประมาณ 800-1,500 บาท/วัน
รถทัวร์จากกรุงเทพ
มีรถทัวร์ปรับอากาศจากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ (ตลิ่งชัน) ไปภูเก็ต ใช้เวลาเดินทางประมาณ 12-14 ชั่วโมง ค่าโดยสารประมาณ 600-900 บาท เป็นทางเลือกสำหรับคนที่อยากประหยัดค่าเดินทาง หรือจะเลือกนั่ง VIP 24 ที่นั่ง นอนไปตื่นเช้ามาถึงก็สบาย
ที่พักเที่ยวภูเก็ต ย่านไหนควรพัก
การเลือกย่านที่พักสำคัญมากเพราะภูเก็ตเป็นเกาะใหญ่ และการเดินทางระหว่างย่านไม่ได้สะดวกนัก เลือกให้เหมาะกับสไตล์ที่ชอบจะเที่ยวได้สนุกกว่า
หาดป่าตอง (Patong) — ย่านที่คึกคักที่สุดในภูเก็ต ศูนย์กลางของร้านอาหาร ร้านค้า และไนท์ไลฟ์ทั้งหมดอยู่ที่นี่ โดยเฉพาะถนนบางลา (Bangla Road) ที่มีชื่อเสียงระดับโลก เหมาะกับคนชอบความคึกคัก ชอบเที่ยวกลางคืน แต่ถ้าชอบความสงบอาจไม่เหมาะ หาดป่าตองยาวและกว้างแต่ช่วง high season คนเยอะพอสมควร ที่พักหลากหลายตั้งแต่ hostel 300 บาท/คืน ไปจนถึงรีสอร์ทหรู · ดูที่พักย่านหาดป่าตองบน Agoda →
หาดกะตะ (Kata) — จุดกึ่งกลางที่ลงตัว มีทั้งหาดสวย ร้านอาหารดีๆ บาร์เล็กๆ ไม่แออัดเท่าป่าตอง บรรยากาศผ่อนคลายกว่า เหมาะกับคู่รักและครอบครัว หาดกะตะทรายขาวน้ำใส ช่วง high season คลื่นน้อย ว่ายน้ำสบาย · ดูที่พักย่านหาดกะตะบน Agoda →
หาดกะรน (Karon) — อยู่ถัดจากกะตะไปทางเหนือ หาดยาวกว่ากะตะ บรรยากาศเงียบสงบกว่า มีรีสอร์ทหรูบนหน้าผาวิวสวยหลายแห่ง ตัวเมืองกะรนมีร้านอาหารและร้านค้าพอสมควร เหมาะกับคนชอบเที่ยวแบบชิลล์ไม่เร่งรีบ · ดูที่พักย่านหาดกะรนบน Agoda →
เมืองเก่าภูเก็ต (Phuket Old Town) — สำหรับคนที่ไม่ได้มาภูเก็ตเพื่อนอนหาดอย่างเดียว เมืองเก่าเป็นตัวเลือกที่ดีมาก ย่านนี้เต็มไปด้วย shophouse สไตล์ชิโน-โปรตุกีสหลากสี คาเฟ่น่ารัก สตรีทอาร์ต วัดจีน และอาหารภูเก็ตแท้ๆ ที่หาไม่ได้ตามหาด บรรยากาศคล้ายเมืองจอร์จทาวน์ปีนัง ที่พักราคาดีกว่าริมหาด แต่ไม่มีหาดให้เดินเล่น ต้องเดินทางไปหาดเอง · ดูที่พักย่านเมืองเก่าภูเก็ตบน Agoda →

🏨 โรงแรมแนะนำในภูเก็ต
ถ้ากำลังมองหาที่พักในภูเก็ต ลองดูโรงแรมที่คนรีวิวดี 3 ระดับราคานี้ก่อน กดดูห้องว่างและราคาเทียบได้เลย
🌟 ระดับ Luxury: เวอรันดา รีสอร์ท ภูเก็ต ออโตกราฟ คอลเลกชัน — 5.0⭐ · รีวิว 9.0/10 · เริ่มต้น ~5,200 บาท/คืน
💎 ระดับ Midrange: โรงแรมมิดทาวน์ รัษฎา — 4.0⭐ · รีวิว 8.7/10 · เริ่มต้น ~1,625 บาท/คืน
🎒 ระดับ Budget: เดอะ ชีตาร์ โฮเทล — 3.0⭐ · รีวิว 8.9/10 · เริ่มต้น ~475 บาท/คืน
* ลิงก์ที่พักด้านบนเป็น affiliate link ของ Agoda — Lulla อาจได้รับค่า commission เล็กน้อยเมื่อคุณจองผ่านลิงก์ โดยคุณไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มแต่อย่างใด
สถานที่เที่ยวภูเก็ตที่ห้ามพลาด
ภูเก็ตมีที่เที่ยวหลากหลาย ไม่ได้มีแค่ทะเล เรารวมไฮไลท์สำคัญไว้ให้แล้ว
1. นอนเล่นริมหาด
กิจกรรมที่ดีที่สุดในภูเก็ตคือ ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่นอนเล่นริมหาดก็สุขใจแล้ว หาดกะตะและกะรนเป็นตัวเลือกยอดนิยม ทรายขาวน้ำใส ถ้าอยากได้หาดที่เงียบกว่า ลอง Freedom Beach ที่ต้องนั่งเรือหางยาวจากป่าตอง หรือหาดในหาน (Nai Harn) ทางใต้สุดของเกาะ ซึ่งเป็นหาดโปรดของคนท้องถิ่น ช่วง high season (พ.ย.-เม.ย.) ทะเลสงบว่ายน้ำได้ แต่ช่วง low season ต้องระวังคลื่นและกระแสน้ำ ดูธงเตือนบนหาดก่อนลงน้ำเสมอ
2. พระใหญ่ภูเก็ต (Big Buddha)
พระพุทธรูปหินอ่อนสีขาวขนาดมหึมา สูง 45 เมตร ตั้งอยู่บนเนินเขานาคเกิด (Nakkerd Hill) สามารถมองเห็นได้จากหลายจุดบนเกาะ จุดชมวิวด้านบนมองเห็นทิวทัศน์แบบ 360 องศาของภูเก็ตได้สวยมาก ทั้งอ่าวฉลอง เมืองเก่า และหาดกะรน ขึ้นไปได้โดยรถยนต์ผ่านทางชันประมาณ 6 กิโลเมตร เปิดให้เข้าชมทุกวัน ไม่เสียค่าเข้า แนะนำแต่งตัวสุภาพ

3. เมืองเก่าภูเก็ต (Phuket Old Town)
หลายคนมาภูเก็ตแต่ไม่เคยแวะเมืองเก่า ซึ่งน่าเสียดายมาก เพราะที่นี่คือหัวใจทางวัฒนธรรมของเกาะ ถนนถลาง ถนนดีบุก และซอยโรมานี (Soi Romanee) เต็มไปด้วยตึกเก่าสไตล์ชิโน-โปรตุกีสหลากสีสัน กราฟฟิตี้ศิลปะ และคาเฟ่น่ารักๆ อย่าลืมแวะชมคฤหาสน์ชินประชา (Chinpracha House) ตัวอย่างสถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกีสที่สวยงาม และ Blue Elephant ซึ่งเป็นคฤหาสน์อดีตผู้ว่าราชการที่ตอนนี้เป็นร้านอาหารและโรงเรียนสอนทำอาหาร เมืองเก่าเหมาะเดินเที่ยวช่วงเช้าหรือเย็นที่อากาศไม่ร้อนมาก ใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวัน
4. วัดฉลอง (Wat Chalong)
วัดที่สำคัญที่สุดและใหญ่ที่สุดของภูเก็ต ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะ มีพระมหาธาตุเจดีย์สูง 60 เมตร ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ชั้นบนสุดมองเห็นวิวเมืองได้กว้างไกล คนท้องถิ่นเคารพศรัทธามาก โดยเฉพาะหลวงพ่อแช่ม วัดอยู่ไม่ไกลจากพระใหญ่ สามารถแวะทั้งสองที่ในวันเดียวกันได้ เปิดทุกวัน ไม่เสียค่าเข้าชม

5. จุดชมวิวกะรน (Karon Viewpoint)
จุดชมวิวชื่อดังที่สุดบนเกาะ อยู่ทางใต้ของหาดกะตะน้อย จากจุดนี้มองเห็นอ่าวสามแห่งพร้อมกัน ได้แก่ หาดกะตะน้อย หาดกะตะใหญ่ และหาดกะรน สีน้ำทะเลเขียวมรกตตัดกับหาดทรายขาว สวยแบบโปสต์การ์ดเลย ไม่เสียค่าเข้า แนะนำไปช่วงบ่ายๆ แดดจะส่องสวยที่สุด แวะได้ระหว่างทางไปพระใหญ่หรือวัดฉลอง
6. ตลาดนัดกลางคืน
ตลาดนัดกลางคืนในภูเก็ตบรรยากาศดี อาหารอร่อย ราคาไม่แพง ตลาดที่แนะนำ ได้แก่ ตลาดนัดหาดกะตะที่เปิดทุกวัน มีทั้งอาหารและของฝาก กับตลาดลาดพลอยคง หรือ Indy Market ในเมืองเก่า เปิดเฉพาะวันพุธ-ศุกร์ ตอนเย็น ตลาดนัดวันอาทิตย์ถนนถลาง (Thalang Sunday Walking Street) ก็น่าไป เป็นตลาดเดินเล่นกลางเมืองเก่าที่มีทั้งอาหาร งานฝีมือ และดนตรีสด
7. ถนนบางลา (Bangla Road)
ศูนย์กลางไนท์ไลฟ์ของภูเก็ตที่ป่าตอง บาร์ คลับ ร้านอาหาร เรียงรายตลอดถนน บรรยากาศครื้นเครงสุดๆ ตกค่ำถนนปิดให้คนเดิน เสียงเพลงดังจากทุกทิศทาง เหมาะกับคนชอบเที่ยวกลางคืน แต่ต้องบอกตรงๆ ว่าบางส่วนของถนนบางลาค่อนข้างหยาบ ไม่เหมาะกับเด็กหรือครอบครัว ถ้าแค่อยากเดินดูบรรยากาศก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเข้าบาร์ทุกร้าน

ทริปเกาะข้างเคียงจากภูเก็ต
ภูเก็ตเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากสำหรับทริปเกาะ มีเกาะสวยๆ หลายแห่งที่ไป day trip ได้สบาย แต่ต้องดูสภาพอากาศด้วย ช่วง high season (พ.ย.-เม.ย.) ทะเลสงบ เที่ยวเกาะได้สนุก
1. อ่าวพังงา และ เกาะเจมส์บอนด์
ถ้าไปภูเก็ตแล้วเลือกทริปเกาะได้แค่หนึ่ง ต้องเป็นอ่าวพังงา อ่าวขนาด 400 ตารางกิโลเมตรที่เต็มไปด้วยเขาหินปูนรูปร่างแปลกตาตั้งตระหง่านกลางทะเลสีเขียวมรกต ที่ดังที่สุดคือเขาตะปู (Koh Tapu) หรือ James Bond Island สูงประมาณ 20 เมตร ที่โด่งดังจากหนังเจมส์บอนด์ภาค The Man with the Golden Gun (1974) ทริปส่วนใหญ่เป็นแบบเต็มวัน รวมพายเรือแคนูผ่านถ้ำลอด เที่ยวเกาะปันหยี หมู่บ้านลอยน้ำของชาวมุสลิม

2. หมู่เกาะพีพี (Koh Phi Phi)
หมู่เกาะที่โด่งดังระดับโลกจากหนัง The Beach (2000) ของลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ อ่าวมาหยาที่เคยเป็นฉากหลังของหนังเพิ่งเปิดให้เข้าชมอีกครั้งหลังปิดฟื้นฟูธรรมชาติ น้ำทะเลใสเหมือนกระจก ดำน้ำตื้นเห็นปะการังและปลาสวยงามมากมาย ทริป day trip จากภูเก็ตใช้เวลาเดินทางทางเรือประมาณ 1.5-2 ชั่วโมง หรือจะเลือกค้างคืนที่เกาะพีพีดอนก็ได้
3. หมู่เกาะสิมิลัน (Similan Islands)
หมู่เกาะสวรรค์ที่ดำน้ำดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลก อยู่ห่างจากภูเก็ตไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 84 กิโลเมตร น้ำทะเลใสมากจนเห็นปลาจากบนเรือ หาดทรายขาวนุ่มเหมือนแป้ง หินรูปทรงแปลกตาทั้งบนบกและใต้น้ำ ข้อสำคัญ หมู่เกาะสิมิลันเปิดให้เข้าชมเฉพาะช่วงกลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤษภาคมเท่านั้น นอกเหนือจากนั้นปิดเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ ถ้าชอบดำน้ำลึก ช่วงกุมภาพันธ์-เมษายนมีโอกาสเห็นกระเบนแมนต้าและฉลามวาฬ
4. เกาะราชา และ เกาะเฮ
เกาะใกล้ภูเก็ตที่ไป day trip ได้ง่ายๆ เรือ speedboat จากท่าเรือฉลองใช้เวลาแค่ 20-40 นาที เกาะราชาใหญ่มีหาดสวยน้ำใส เหมาะดำน้ำตื้น ส่วนเกาะเฮ (Coral Island) เหมาะกับครอบครัว มีกิจกรรมทางน้ำหลากหลาย ทั้ง parasailing บานาน่าโบ๊ท และ sea walking
อาหารท้องถิ่นภูเก็ตที่ต้องลอง
นี่คือส่วนที่ตื่นเต้นที่สุด! อาหารภูเก็ตไม่ใช่แค่ผัดไทยหรือส้มตำ แต่มีอาหารท้องถิ่นเฉพาะที่ได้รับอิทธิพลจากจีนฮกเกี้ยน มลายู และอาหารไทยปักษ์ใต้ ผสมผสานจนเป็นสไตล์เปอรานากันที่ไม่เหมือนใคร ส่วนใหญ่หากินได้ในย่านเมืองเก่า
- หมูฮ้อง (Moo Hong) — เมนูซิกเนเจอร์ของภูเก็ตเลยก็ว่าได้ หมูสามชั้นตุ๋นเปื่อยในน้ำซอสเข้มข้นที่มีกระเทียมพริกไทยและเครื่องเทศ รสหวานเค็มกลมกล่อม ละลายในปาก ถ้ามาภูเก็ตแล้วไม่ได้กินหมูฮ้อง ถือว่ามาไม่ถึง
- ขนมจีนแกงปู — ขนมจีนราดแกงกะทิปูเนื้อแน่นๆ รสเข้มข้นหอมเครื่องแกง เสิร์ฟพร้อมผักเคียงสดๆ เป็นอาหารที่คนภูเก็ตกินกันเป็นมื้อเช้า ร้านดังอย่าง One Chun ขนมจีนแกงปูเป็นเมนูที่ต้องสั่ง
- โอ้เอ๋ว (Oh Aew) — ของหวานท้องถิ่นภูเก็ตที่หากินยากในที่อื่น เป็นน้ำแข็งไสราดน้ำเชื่อม ใส่วุ้นสีแดงทำจากเมล็ดแมงลักกับเมล็ดเซียนเฉ่า หวานเย็นชื่นใจ เจอได้ตามร้านขนมหวานในเมืองเก่า
- โอ่ต้าว (Oh Tao) — ออเดิร์ฟสไตล์ฮกเกี้ยน หอยนางรมผัดกับแป้ง ไข่ และถั่วงอก ออกมาเป็นแผ่นกรอบนอกนุ่มใน กินกับซอสพริก ต่างจากหอยทอดที่เรากินทั่วไปพอสมควร
- หมี่ฮกเกี้ยน (Mee Hokkien) — บะหมี่เส้นเหลืองผัดกับหมู กุ้ง ผัก ในน้ำซุปข้นๆ ที่มีรสชาติเข้มข้นจากน้ำต้มกระดูก เป็นอาหารที่ชาวจีนฮกเกี้ยนนำมาปรับให้เข้ากับวัตถุดิบท้องถิ่น
- โลบะ (Lobah) — หมูห่อแผ่นเต้าหู้ทอดกรอบ ปรุงรสด้วยผงพะโล้ ซอสถั่วเหลือง หมักจนเข้าเนื้อ กินเป็นของทานเล่นหรือเป็นกับข้าวก็ได้ เจอได้ตามร้านอาหารภูเก็ตแท้ๆ ในเมืองเก่า

ร้านอาหารและคาเฟ่แนะนำในภูเก็ต
ร้านอาหารในภูเก็ตมีตั้งแต่ street food ถึงร้าน Michelin ราคาก็หลากหลาย เรารวมร้านที่กินแล้วประทับใจจริงๆ มาให้ลอง
- One Chun Cafe & Restaurant — ร้านในเมืองเก่าที่ได้ Michelin Bib Gourmand เสิร์ฟอาหารภูเก็ตแท้ๆ หลากหลายเมนู ขนมจีนแกงปูของที่นี่อร่อยมากจริงๆ บรรยากาศร้านตกแต่งสไตล์ชิโน ตรวจเวลาเปิดล่าสุดก่อนไป
- ร้านระย้า (Raya) — อีกร้าน Michelin Bib Gourmand ในเมืองเก่า เจ้าของเป็นครอบครัวเดียวกับ One Chun หมูฮ้องของร้านนี้ต้องลอง เนื้อเปื่อยนุ่มรสเข้มข้น ร้านอยู่ในตึกเก่าสวยงาม บรรยากาศดีมาก
- ตู้กับข้าว (Tu Kab Khao) — ร้านอาหารไทยใต้ที่ได้รับ Michelin Bib Gourmand เช่นกัน อยู่ในเมืองเก่า เมนูเด็ดคือแกงส้มกุ้งกับปลากะพง และหมูทอดเคยเกลือ ตกแต่งร้านน่ารักในตึกเก่า
- Kopitiam by Wilai — ร้านกาแฟและอาหารเช้าในเมืองเก่า ชื่อ Kopitiam แปลว่าร้านกาแฟในภาษาฮกเกี้ยน อาหารเช้าแบบภูเก็ตแท้ มีทั้งข้าวต้ม โจ๊ก กาแฟถุง บรรยากาศชิลล์ คนท้องถิ่นมากินเยอะ
- ร้านซีฟู้ดแถวหาดราไวย์ — ถ้าอยากกินซีฟู้ดสดๆ ราคาชาวบ้าน ต้องไปตลาดอาหารทะเลสดที่หาดราไวย์ เลือกซื้ออาหารทะเลสดจากแผงแล้วให้ร้านข้างๆ ปรุงให้ ค่าปรุงมื้อละไม่กี่ร้อยบาท ได้กินกุ้ง ปู ปลา หมึก สดๆ จากทะเลอันดามัน
- คาเฟ่ย่านเมืองเก่า — ถ้าชอบคาเฟ่ เมืองเก่าภูเก็ตมีคาเฟ่สวยๆ หลายร้านในตึกเก่ารีโนเวท แนะนำ Bookhemian ร้านหนังสือ-คาเฟ่ กาแฟอร่อยบรรยากาศดี หรือจะเดินเลือกเองตามซอยต่างๆ ก็ได้ ทุกมุมเมืองเก่ามี surprise อยู่เสมอ

การเดินทางในตัวเกาะภูเก็ต
ต้องบอกตรงๆ ว่าการเดินทางในภูเก็ตไม่ได้สะดวกนัก ไม่มีรถไฟฟ้า ไม่มีระบบขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุม ลองดูทางเลือกเหล่านี้
Phuket Smart Bus — รถบัสปรับอากาศวิ่งเส้นสนามบิน-หาดราไวย์ แวะจอดตามหาดหลักฝั่งตะวันตก ค่าโดยสาร 50-170 บาท ราคาดีและน่าเชื่อถือ แต่วิ่งเฉพาะเส้นนี้เส้นเดียว
สองแถว (Songthaew) — รถสองแถวสีฟ้าเป็นระบบรถเมล์ท้องถิ่นของภูเก็ต วิ่งจากตัวเมืองเก่าไปตามหาดต่างๆ ค่าโดยสารถูกมากประมาณ 30-50 บาท แต่ไม่ค่อยตรงเวลาและไม่มีตารางเดินรถชัดเจน ต้องยืนรอริมถนนแล้วโบกเอา
Grab — สะดวกที่สุดในแง่การเรียกใช้ แต่ราคาแพงกว่าที่อื่นในไทยหลายเท่า เส้นทางที่ในกรุงเทพอาจจะ 50 บาท ในภูเก็ตอาจ 200-300 บาท ส่วนหนึ่งเป็นเพราะระยะทางบนเกาะค่อนข้างไกลและมีผู้ให้บริการน้อย
ตุ๊กตุ๊ก — ตุ๊กตุ๊กภูเก็ตไม่ใช่รถสามล้อแบบกรุงเทพ แต่เป็นรถกระบะสี่ล้อแดงหรือเหลือง ค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 200 บาทขึ้นไปแม้ระยะทางสั้นๆ ต่อรองราคาก่อนขึ้นเสมอ และบอกชัดเจนว่าไม่ต้องแวะที่ไหนระหว่างทาง
รถเช่า — ทางเลือกที่สะดวกที่สุดถ้าขับรถเป็นและไม่กลัวถนนเขา ภูเก็ตถนนค่อนข้างลาดชัน ต้องระวังเป็นพิเศษช่วงฝนตก รถเช่าราคาเริ่มต้นประมาณ 800-1,500 บาท/วัน สำหรับรถเก๋ง ใช้ Google Maps นำทางได้สะดวก
มอเตอร์ไซค์รับจ้าง — เหมาะสำหรับระยะทางสั้นๆ ค่าโดยสารเริ่มต้นประมาณ 40-100 บาท ตกลงราคาก่อนขึ้น สังเกตคนขับจากเสื้อเกราะสีสด แต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัย ใส่หมวกกันน็อคเสมอ
ตัวอย่างแพลนเที่ยวภูเก็ต 3-5 วัน
ภูเก็ตเป็นเกาะที่ไม่ควรรีบเที่ยว อย่างน้อย 3 วันเต็มถึงจะได้สัมผัสไฮไลท์สำคัญ ลองดู itinerary ตัวอย่างนี้ปรับตามสไตล์ของคุณได้เลย
วันที่ 1: พักผ่อนริมหาด
- เช้า: ถึงภูเก็ต เช็คอินที่พัก
- บ่าย: เดินเล่นหาดกะตะหรือกะรน ว่ายน้ำ นอนอาบแดด
- เย็น: นั่งกินซีฟู้ดริมหาดดูพระอาทิตย์ตก
- ค่ำ: เดินตลาดนัดกลางคืน หรือนวดแผนไทยผ่อนคลาย
วันที่ 2: เมืองเก่า + วัฒนธรรม
- เช้า: เมืองเก่าภูเก็ต เดินถ่ายรูปถนนถลาง ซอยโรมานี กินอาหารเช้าแบบท้องถิ่น
- สาย: แวะคาเฟ่ในเมืองเก่า ช้อปของฝาก
- บ่าย: วัดฉลอง สักการะหลวงพ่อแช่ม
- เย็น: พระใหญ่ภูเก็ต ดูวิวพระอาทิตย์ตก
- แวะ: จุดชมวิวกะรน (ระหว่างทาง)
วันที่ 3: ทริปเกาะ
- เต็มวัน: ทริปอ่าวพังงา + เกาะเจมส์บอนด์ (แนะนำที่สุด) หรือเลือกทริปเกาะพีพี/หมู่เกาะสิมิลัน (ช่วง ต.ค.-พ.ค.)
- ค่ำ: กลับมาพักผ่อน กินอาหารเย็นแถวที่พัก
วันที่ 4-5 (ถ้ามีเวลา):
- ทริปเกาะราชา/เกาะเฮ ดำน้ำตื้น
- เรียนทำอาหารไทย (cooking class)
- ซีฟู้ดสดๆ ที่ตลาดหาดราไวย์
- เที่ยวป่าตอง ช้อปปิ้ง + Bangla Road ตอนค่ำ
- สปาและนวดแผนไทย ปิดทริปแบบผ่อนคลาย
เคล็ดลับเที่ยวภูเก็ตแบบประหยัด
ภูเก็ตมีชื่อว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ค่อนข้างแพง แต่ถ้ารู้ทริคก็ประหยัดได้เยอะ
- กินอาหารในเมืองเก่าแทนริมหาด — ร้านอาหารริมหาดมักแพงกว่าเท่าตัว ลองเข้าไปกินในตัวเมืองเก่าหรือตลาดท้องถิ่น ได้ทั้งรสชาติแท้และราคาชาวบ้าน มื้อละ 50-100 บาทก็อิ่มได้
- ใช้ Phuket Smart Bus — แทนที่จะเรียก Grab หรือตุ๊กตุ๊กทุกครั้ง ลองใช้ Smart Bus ที่วิ่งจากสนามบินถึงราไวย์ ค่าโดยสาร 50-170 บาท ประหยัดได้หลายร้อยต่อเที่ยว
- มาช่วง Low Season (พ.ค.-ต.ค.) — ราคาที่พักลดลง 30-50% คนน้อยกว่ามาก ฝนไม่ได้ตกทั้งวัน แค่พกร่มเตรียมไว้ก็เที่ยวได้สบาย
- จองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้า — สายการบิน low-cost อย่าง AirAsia, Nok Air, Thai Lion Air มีโปรโมชั่นราคาถูกบ่อย จองล่วงหน้า 1-2 เดือนจะได้ราคาดีที่สุด
- ซื้อน้ำดื่มจากร้านสะดวกซื้อ — น้ำเปล่าที่ร้าน 7-Eleven ขวดละ 7-10 บาท แต่ซื้อที่หาดหรือสถานที่ท่องเที่ยวอาจแพงกว่า 3-5 เท่า พกขวดน้ำเปล่าติดตัวเสมอ
- เช่ารถแทนเรียก Grab — ถ้าอยู่หลายวันและขับรถเป็น เช่ารถจะคุ้มกว่าเรียก Grab มากๆ โดยเฉพาะถ้าไปหลายคน รถเช่าเริ่มต้น 800 บาท/วัน ในขณะที่ Grab เที่ยวเดียวอาจ 300-500 บาท
สรุป เที่ยวภูเก็ตครั้งแรกก็ฟิน
ภูเก็ตเป็นเกาะที่มีครบทุกอย่าง ทะเลสวย อาหารอร่อย วัฒนธรรมน่าสนใจ และทริปเกาะข้างเคียงที่สวยติดอันดับโลก ไม่ว่าจะมาพักผ่อนริมหาด สำรวจเมืองเก่า หรือออกทะเลดำน้ำ ภูเก็ตมีอะไรให้ทำไม่มีวันเบื่อ หวังว่าคู่มือนี้จะช่วยให้คุณวางแผนเที่ยวภูเก็ตได้ง่ายขึ้นและสนุกกับทริปมากยิ่งขึ้น
ถ้าอยากอ่านบทความท่องเที่ยวเพิ่มเติม ลองดูที่:
This content was created with the help of an automated system.






