ทำไมต้องเที่ยวเกาะเต่าสักครั้งในชีวิต
เกาะเต่า (Koh Tao) คือเกาะเล็กๆ กลางอ่าวไทย ขนาดเพียง 21 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะชุมพร ถ้ามองในแผนที่จะเห็นว่ารูปร่างเกาะคล้ายเต่าทะเลกำลังว่ายน้ำ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเกาะนี้
แต่สิ่งที่ทำให้เกาะเต่ามีชื่อเสียงระดับโลกไม่ใช่แค่ความสวยงามอย่างเดียว — มันคือเรื่องของการดำน้ำ เกาะเต่าได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถานที่สอบใบ PADI Open Water ที่ราคาถูกที่สุดในโลก ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกบินมาเรียนดำน้ำที่นี่ มีโรงเรียนสอนดำน้ำมากกว่า 50 แห่งบนเกาะเล็กๆ แห่งนี้ และสามารถเรียนจบหลักสูตรในเวลาเพียง 3-4 วัน
นอกจากดำน้ำแล้ว เกาะเต่ายังมีหาดทรายขาวสะอาด น้ำทะเลใสจนมองเห็นปะการังตั้งแต่ผิวน้ำ มีจุดชมวิวบนเขาที่สวยจนอยากหยุดเวลาเอาไว้ และที่สำคัญคือบรรยากาศบนเกาะเป็นกันเอง ไม่วุ่นวายเหมือนภูเก็ตหรือพัทยา ทำให้รู้สึกว่าได้พักจริงๆ ไม่ใช่แค่ย้ายที่ทำงาน
สำหรับคนไทย เกาะเต่าเป็นจุดหมายปลายทางที่เดินทางสะดวก ใช้เวลาแค่ข้ามคืนจากกรุงเทพฯ ด้วยรถไฟหรือรถทัวร์ก็ถึงท่าเรือแล้ว และค่าใช้จ่ายก็ไม่แพงเกินไปถ้าเทียบกับเกาะหลายๆ แห่งในไทย คู่มือเที่ยวเกาะเต่าฉบับนี้จะรวมทุกอย่างที่คุณต้องรู้ก่อนไปครั้งแรก ตั้งแต่วิธีเดินทาง ที่พัก จุดดำน้ำ อาหารท้องถิ่น ไปจนถึงตัวอย่างทริป 3 วัน 2 คืน

ภาพรวมก่อนเที่ยวเกาะเต่า — สิ่งที่ต้องรู้
ก่อนออกเดินทาง มีเรื่องพื้นฐานที่ควรเข้าใจไว้ก่อน เพื่อให้ทริปราบรื่นและไม่เสียเวลากับการแก้ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ บนเกาะ
- ที่ตั้ง: เกาะเต่าอยู่ในเขตอำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ห่างจากเกาะพะงันประมาณ 45 กิโลเมตร และห่างจากชุมพรประมาณ 70 กิโลเมตร
- ภาษา: คนท้องถิ่นใช้ภาษาไทยเป็นหลัก ส่วนภาษาอังกฤษใช้กันแพร่หลายมากเพราะเกาะรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ป้ายร้านส่วนใหญ่จะเขียนสองภาษา
- สกุลเงิน: ใช้เงินบาทไทย (THB) มีตู้ ATM กระจายอยู่ตามแม่หาดและหาดทรายรี คนไทยใช้บัตรไทยกดได้ปกติ ส่วนค่าธรรมเนียมตู้สำหรับบัตรต่างประเทศค่อนข้างสูง
- สัญญาณมือถือ/อินเทอร์เน็ต: 4G ใช้ได้ทั่วบริเวณท่าเรือและหาดหลัก แต่ที่พักในจุดห่างไกลอย่างอ่าวตาโนดหรือบนเขาสูงอาจสัญญาณอ่อน เตรียม pocket Wi-Fi ไว้ถ้าจำเป็นต้องทำงาน
- ความปลอดภัย: เกาะค่อนข้างปลอดภัย แต่ต้องระวังการเช่ามอเตอร์ไซค์ ถนนบนเกาะหลายช่วงชันและลื่นโดยเฉพาะหน้าฝน อย่าลืมสวมหมวกกันน็อค
- ไฟฟ้า: ใช้ปลั๊กแบบไทยมาตรฐาน Type A/B/C ไฟ 220V ไม่ต้องเตรียม adapter เพิ่ม
- เครื่องดื่ม/น้ำ: น้ำประปาบนเกาะไม่แนะนำให้ดื่ม ซื้อขวดหรือใช้จุดเติมน้ำที่หลายคาเฟ่มีให้
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับเที่ยวเกาะเต่า
เกาะเต่าอยู่ในอ่าวไทย จึงมีฤดูฝนสลับกับฝั่งอันดามัน ใครเคยไปภูเก็ตหรือกระบี่หน้าฝนแล้วเข็ดมา จะดีใจที่รู้ว่าเกาะเต่าใช้ปฏิทินคนละชุดกับฝั่งโน้น
ช่วงที่อากาศดีที่สุดสำหรับเที่ยวเกาะเต่าคือเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน ทะเลใสที่สุด คลื่นน้อย แดดสวย เหมาะกับการดำน้ำเป็นพิเศษเพราะทัศนวิสัยใต้น้ำดีถึง 20-30 เมตร แต่ก็เป็นช่วงไฮซีซั่นที่ราคาที่พักสูงและคนเยอะที่สุด ควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน
ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกันยายนเป็นช่วงโลว์ซีซั่น ฝนตกบ้างแต่ไม่หนักเหมือนฝั่งอันดามัน ราคาที่พักถูกลง 30-50% เหมาะกับคนงบจำกัด แต่บางวันคลื่นแรงเรือเฟอร์รี่อาจยกเลิกหรือล่าช้า ส่วนเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนธันวาคมเป็นมรสุมเต็มตัว เรือยกเลิกบ่อย ฝนตกหนัก หลีกเลี่ยงถ้าเป็นไปได้
เคล็ดลับสำหรับคนไทย: ถ้าหยุดยาวสงกรานต์แล้วอยากหนีร้อนในเมือง เกาะเต่าช่วงเมษายนเป็นตัวเลือกที่ดี อากาศไม่ร้อนจัดเท่ากรุงเทพฯ และทะเลยังใสมาก ส่วนปีใหม่ราคาพีคที่สุด หาที่พักยากแม้จองล่วงหน้า 2 เดือน

วิธีเดินทางไปเกาะเต่า
เกาะเต่าไม่มีสนามบินบนเกาะ วิธีไปเดียวคือลงเรือ ซึ่งมีท่าเรือต้นทางหลายจุดให้เลือก ขึ้นอยู่กับว่าคุณมาจากไหน
เส้นทางยอดนิยมที่สุดสำหรับคนไทยคือ กรุงเทพฯ → ชุมพร → เรือไปเกาะเต่า ขึ้นรถไฟกลางคืนจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ไปลงสถานีชุมพรประมาณ 7 ชั่วโมง ราคาตั๋วนอนปรับอากาศประมาณ 700-1,200 บาท ตื่นเช้าต่อรถสองแถวไปท่าเรือ แล้วลงเรือคาตามารัน Lomprayah หรือ Songserm ใช้เวลา 1.5-2 ชั่วโมง ค่าเรือประมาณ 700-900 บาทต่อเที่ยว
อีกเส้นคือบินมาลงสนามบินสุราษฎร์ธานี (URT) แล้วต่อรถบัสไปท่าเรือดอนสัก จากนั้นนั่งเรือไปสมุย/พะงัน แล้วต่อไปเกาะเต่า ใช้เวลา 6-8 ชั่วโมงรวมเดินทาง แต่ถ้าจองตั๋ว joint ticket ของ Lomprayah จะมีบริการเชื่อมต่อให้ครบจบในชุดเดียว ราคาประมาณ 1,000-1,300 บาท
คนกรุงเทพฯ ที่มีเวลาน้อยอาจเลือกบินไปเกาะสมุย (USM) แล้วต่อเรืออีก 2 ชั่วโมงไปเกาะเต่า สะดวกแต่ค่าตั๋วเครื่องบินสมุยแพงเป็นพิเศษเพราะมีสายการบินจำกัด ทางเลือกประหยัดคือบินไปชุมพร (CJM) แล้วต่อเรือ ใช้เวลารวมประมาณ 5 ชั่วโมง ค่าตั๋วเครื่องบินถูกกว่ามาก
บริษัทเรือหลักมี 3 เจ้า: Lomprayah (เร็วที่สุด คาตามารันใหม่) Songserm (ถูกกว่าแต่ช้าและรอนาน) และ Seatran Discovery จองล่วงหน้าได้ทางเว็บของแต่ละบริษัท หรือซื้อตั๋ว combo รถ+เรือจากเอเจนต์ในกรุงเทพฯ ราคาแพ็คเก็จเริ่มต้นประมาณ 1,200 บาท

ที่พักบนเกาะเต่า — ย่านไหนควรพัก
เกาะเต่ามีย่านที่พักหลัก 4-5 ย่าน แต่ละย่านมีบุคลิกต่างกันสิ้นเชิง ถ้าเลือกผิดอาจไม่ตรงสไตล์ทริปที่อยากได้ ลองอ่านสรุปแต่ละย่านก่อนตัดสินใจจอง
หาดทรายรี (Sairee Beach)
หาดทรายรีคือย่านที่คึกคักที่สุดบนเกาะเต่า มีหาดทรายยาวกว่า 2 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของโรงเรียนดำน้ำมากที่สุด มีบาร์ ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านนวด ครบจบในที่เดียว เหมาะสำหรับคนชอบบรรยากาศปาร์ตี้ พบเจอเพื่อนใหม่ และอยากเดินไปไหนมาไหนได้สบาย ราคาที่พักหลากหลายตั้งแต่ hostel 300 บาทไปจนถึงรีสอร์ทริมหาด 5,000+ บาท สามารถค้นหาที่พักในย่านนี้ได้บน Agoda
แม่หาด (Mae Haad)
แม่หาดเป็นย่านท่าเรือ พักที่นี่สะดวกมากถ้ามาวันแรกหรือกลับวันสุดท้าย เพราะเดินจากที่พักไปขึ้นเรือได้ใน 5-10 นาที ร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อมีเยอะ แต่บรรยากาศจะ commercial กว่าหาดทรายรี ที่นี่มีร้าน 7-Eleven สองสาขาและร้านดำน้ำดีๆ หลายแห่ง สามารถค้นหาที่พักในย่านนี้ได้บน Agoda
อ่าวฉลอกบ้านเก่า (Chalok Baan Kao)
อ่าวฉลอกบ้านเก่าอยู่ทางใต้ของเกาะ บรรยากาศชิลกว่าหาดทรายรีมาก เหมาะกับคนที่อยากพักผ่อนจริงๆ ไม่อยากเจอบาร์เสียงดัง ที่นี่มีหาดเล็กๆ น้ำใส ปะการังใกล้ฝั่ง snorkel ได้จากชายหาด ราคาที่พักเฉลี่ยถูกกว่าหาดทรายรีนิดหน่อย เหมาะกับคู่รักหรือครอบครัว สามารถค้นหาที่พักในย่านนี้ได้บน Agoda
อ่าวตาโนด (Tanote Bay)
อ่าวตาโนดอยู่ทางตะวันออกของเกาะ เป็นย่านที่เงียบสงบที่สุด เหมาะกับคู่รักหรือคนที่อยากพักจริงๆ มีหาดเล็กล้อมรอบด้วยก้อนหินใหญ่ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเกาะเต่า แต่ที่นี่ไกลจากร้านค้า ต้องเช่ารถหรือใช้บริการรถรับส่งของรีสอร์ท สามารถค้นหาที่พักในย่านนี้ได้บน Agoda
อ่าวจันสม (Jansom Bay) และอ่าวลึก
ใครชอบความ exclusive แบบหาดส่วนตัว ลองอ่าวจันสมหรืออ่าวลึกทางตอนใต้ เป็น hidden bay ที่นักท่องเที่ยวยังน้อย รีสอร์ทมักเป็นแนว boutique มีเครื่องดื่มต้อนรับและสระว่ายน้ำส่วนตัว แต่ราคาก็สูงตามคุณภาพ 4,000-10,000 บาท/คืน สามารถค้นหาที่พักในย่านนี้ได้บน Agoda

สถานที่ห้ามพลาดเมื่อเที่ยวเกาะเต่า
เกาะเล็กแต่จุดเที่ยวเยอะ ถ้ามีเวลาแค่ 2-3 วัน ต้องเลือกลำดับความสำคัญให้ดี นี่คือ 7 จุดที่นักท่องเที่ยวมาแล้วไม่ผิดหวัง รวมทั้งจุดบนบกและในน้ำ
- เกาะนางยวน (Koh Nang Yuan) — เกาะเล็ก 3 เกาะเชื่อมกันด้วยสันทรายขาว เป็น iconic shot ของภาคใต้ไทย เก็บค่าเข้าประมาณ 100 บาท เดินขึ้นจุดชมวิวบนยอดเขาประมาณ 15 นาที วิวสวยจนคุ้มกับทุกหยดเหงื่อ
- จุดชมวิว John-Suwan Viewpoint — อยู่ทางใต้ของเกาะ เดินขึ้นเขาประมาณ 20 นาที จะเห็นวิวอ่าวฉลอกบ้านเก่าและอ่าวเทียนอ๊อกครบทั้งสองด้านในมุมเดียว ไปตอนเย็นจะเห็นพระอาทิตย์ตกเหนือทะเลเอียงสวย
- หาดฟรีดอม (Freedom Beach) — หาดเล็กที่เข้าถึงยาก ต้องเดินผ่าน trail ป่าหรือนั่งเรือไป น้ำใสเป็นพิเศษ คนน้อย เหมาะกับคนที่อยากหนีความวุ่นวายของหาดทรายรี
- อ่าวม่วง (Aow Muang) — จุด snorkel ระดับเทพ เห็นปะการังแบบไม่ต้องดำน้ำลึก เก็บเงินไว้ลองทัวร์เรือรอบเกาะ ราคาประมาณ 500-700 บาท
- Sail Rock — จุดดำน้ำลึกระดับโลก เห็น whale shark ในฤดูร้อน (มี.ค.-พ.ค.) เป็น day trip จากเกาะเต่าโดยเรือดำน้ำเฉพาะ ราคาประมาณ 3,500-4,500 บาทรวมอุปกรณ์
- Mango Bay (อ่าวมะม่วง) — อ่าวเล็กทางเหนือของเกาะ น้ำใสมาก หาดเงียบ snorkel ดี ถ้าเช่าเรือ longtail ไปเอง ราคาประมาณ 1,500-2,000 บาทต่อวัน
- จุดถ่ายรูป Love Koh Tao — ป้ายตัวอักษรยักษ์ Love Koh Tao บนเขา มองลงมาเห็นหาดทรายรีเต็มแนว ถ่ายรูปสวย แต่ทางขึ้นชัน เตรียมรองเท้าให้ดี
ก่อนไปทุกจุด แนะนำให้ตรวจเวลาเปิดล่าสุดและสภาพอากาศก่อน เพราะบางจุดเปิด-ปิดตามฤดูและคลื่น โดยเฉพาะทัวร์เรือไป Sail Rock ที่งดเดินเรือในวันคลื่นแรง

ทริปข้างเคียงเมื่อเที่ยวเกาะเต่า
ถ้ามีเวลาเหลือ หรืออยากต่อทริปไปเกาะอื่น มีตัวเลือกใกล้ๆ ที่ทำเป็น day trip หรือเที่ยวต่อได้ง่าย เพราะอยู่ในกลุ่มหมู่เกาะชุมพรเดียวกัน
เกาะพะงัน (Koh Phangan) — ห่างจากเกาะเต่าเพียง 1 ชั่วโมงโดยเรือ Lomprayah ค่าโดยสารประมาณ 400-500 บาท เกาะพะงันมีหาดเงียบสงบและที่พักหลากหลาย ใครอยากต่อทริปดู Full Moon Party ก็ลงตัวพอดี เป็นปาร์ตี้ระดับตำนานที่จัดทุกคืนเดือนเพ็ญที่หาดริ้น
เกาะสมุย (Koh Samui) — เกาะใหญ่ที่สุดในกลุ่มหมู่เกาะ ใช้เวลา 2 ชั่วโมงโดยเรือจากเกาะเต่า มีสนามบินจึงเป็นจุดออกจากทริปที่สะดวก ถ้าอยากบินกลับกรุงเทพฯ แทนนั่งรถไฟ ที่นี่ยังมีร้านอาหารหรู สปา และห้างใหญ่ครบเซ็ต
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง — กลุ่มเกาะ 42 เกาะ มี lagoon และ viewpoint สวยๆ ปกติจัดเป็น day trip จากสมุย แต่บางทัวร์มี combo จากเกาะเต่าเช่นกัน ราคาประมาณ 2,000-2,500 บาทรวมอาหารกลางวันและอุปกรณ์ snorkel

อาหารท้องถิ่นบนเกาะเต่าที่ต้องลอง
เกาะเต่าอยู่ในเขตภาคใต้ตอนกลาง อาหารจึงผสมระหว่างภาคใต้กับภาคกลาง บวกกับวัฒนธรรมอาหารฝรั่งและ healthy food ที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินำเข้ามาตลอด 20 ปี ต่อไปนี้คือเมนูพื้นถิ่นที่ควรลองอย่างน้อย 1 ครั้ง
- แกงไตปลา — แกงใต้รสจัด ใส่ปลาทูแห้งและตับปลา หนักรสเค็มเผ็ด กินกับข้าวสวยร้อนๆ เพิ่มผักลวกข้างจาน เป็นจิตวิญญาณของอาหารใต้
- คั่วกลิ้ง — เนื้อสับผัดแห้งกับพริกแกงใต้ รสจัด หอมเครื่องเทศ เหมาะกินกับข้าวเปล่า ใช้เนื้อหมูหรือเนื้อวัวก็ได้
- ข้าวยำปักษ์ใต้ — ข้าวคลุกน้ำบูดู ใส่กุ้งแห้ง มะพร้าวคั่ว สมุนไพรหลายชนิด เป็นเมนูเย็นที่กินง่ายในวันร้อน อร่อยจนติดใจ
- ปลาทะเลย่างเกลือ — เกาะเต่าใกล้แหล่งปลาสด ปลากระพง ปลาเก๋า ปลาทูน่า ย่างกับเกลือสมุนไพรเรียบง่ายแต่อร่อย
- หอยทอดและกุ้งเผา — ของทะเลสดพื้นบ้านที่ราคาไม่แพง หาได้ตามร้านริมหาด เน้นกินช่วงเย็นใต้แสงไฟริมทะเล
- ส้มตำปูม้า — ส้มตำเวอร์ชั่นใต้ ใส่ปูม้าสด รสเข้มข้น ถ้ารักของเปรี้ยวเผ็ด ห้ามพลาด
- โรตี-ชาชัก — มรดกอาหารมุสลิมในภาคใต้ โรตีกรอบกินคู่กับนมข้นและกล้วย เป็นของหวานยอดนิยมตอนเย็น
- น้ำแข็งใสกะทิ — ของหวานคลายร้อนแบบเรียบง่าย เห็นได้ทั่วเกาะ ใส่ลูกชิด ข้าวเหนียวดำ ลอดช่อง

ร้านอาหารและคาเฟ่แนะนำบนเกาะเต่า
ร้านบนเกาะเต่าเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว ถ้าจะวางแผนเจาะจง ขอแนะนำให้เช็ค Google Maps อีกครั้งก่อนไป แต่ร้านที่อยู่นานและคนรีวิวต่อเนื่องมีหลายเจ้าที่น่าลอง
- Barracuda Restaurant (หาดทรายรี) — ร้าน fine dining ระดับเกาะ เน้น seafood สดและไวน์ เหมาะคืน special หรือฉลองวันเกิด งบประมาณ 800-1,500 บาท/คน
- Whitening Restaurant (แม่หาด) — บรรยากาศติดทะเล โต๊ะอยู่บนทราย เมนูทั้งไทยและฝรั่ง ขนมหวานเด่น เป็น sunset spot ที่นักท่องเที่ยวไทยชอบ
- The Gallery (Mae Haad) — ร้านไทยแท้ราคาท้องถิ่น แกงเหลือง คั่วกลิ้ง ข้าวซอย ลองแล้วติดใจ จานละ 80-180 บาท
- 995 Roasted Duck — เป็ดย่างสไตล์ฮ่องกง ราคาประหยัด อยู่หลังท่าเรือแม่หาด เป็นที่นิยมในหมู่ครูสอนดำน้ำ
- Cafe del Sol (หาดทรายรี) — คาเฟ่เปิดตั้งแต่เช้า มีบรันช์ กาแฟดี Wi-Fi เร็ว เหมาะนั่งทำงานทั้งวัน
- Pranee Kitchen — ครัวบ้านๆ ราคาท้องถิ่น 60-100 บาท ผัดกะเพรา ผัดไทย เมนู comfort food ที่คนไทยติดใจ
- The Factory Cafe — คาเฟ่กาแฟ specialty ใน Sairee เหมาะถ่ายรูปและ remote work นั่งสบายมีบรรยากาศ
หมายเหตุ: ราคาอาหารบนเกาะอาจแพงกว่าบนฝั่งประมาณ 30-50% เพราะวัตถุดิบต้องขนข้ามทะเล ถ้ารับงบประหยัด ให้กินร้านในซอยหรือถนนหลังหาด แทนร้านริมหาดที่ราคาสูง

การเดินทางบนเกาะเต่า
เกาะเต่าไม่ใหญ่มาก แต่ไม่มีรถสาธารณะแบบ BTS หรือ MRT คุณต้องเลือกระหว่าง 3 วิธีหลัก แต่ละแบบเหมาะกับสไตล์ทริปต่างกัน
เช่ามอเตอร์ไซค์ — ราคาประมาณ 250-350 บาท/วัน เป็นวิธีอิสระที่สุด แต่ต้องระวังให้มาก ถนนชันและลื่น สถิติอุบัติเหตุของเกาะเต่าสูง อย่าเช่าถ้าไม่เคยขี่ และต้องสวมหมวกกันน็อค ก่อนรับรถถ่ายรูปรอบคันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อกันโดนเรียกค่าซ่อมรอยที่มีอยู่แล้ว
รถสองแถวรับจ้าง (Taxi-songthaew) — ราคา 100-300 บาทต่อเที่ยวขึ้นกับระยะทางและจำนวนคน ไม่มีมิเตอร์ ต้องตกลงราคาก่อนขึ้น มักหาง่ายแถวท่าเรือแม่หาดและถนนหลักของหาดทรายรี ตอนกลางคืนราคาจะแพงขึ้น
เดินเท้า + เรือเช่า — ในเขตหาดทรายรีและแม่หาดเดินสะดวก เพราะระยะใกล้ ถ้าอยากไปอ่าวที่เข้ายากเช่นอ่าวฟรีดอมหรืออ่าวมะม่วง ให้เช่าเรือ longtail ราคาประมาณ 1,500-2,500 บาท/วัน ครึ่งวัน 800-1,200 บาท
หมายเหตุสำคัญ: บนเกาะเต่ายังไม่มี Grab/Bolt สั่งผ่าน app ไม่ได้ ต้องใช้บริการ taxi ของเกาะหรือให้ที่พักช่วยจัดให้
ตัวอย่าง Itinerary เที่ยวเกาะเต่า 3 วัน 2 คืน
สำหรับใครที่มีเวลาแค่ weekend ลาสั้นๆ แนะนำตัวอย่าง itinerary ที่ได้สัมผัสไฮไลต์ครบ ไม่เร่งเกินไป และไม่หวือหวาเกินกำลังกาย
วันที่ 1 — เดินทาง + สำรวจหาดทรายรี
เช้าตรู่ลงรถไฟชุมพร นั่งเรือ Lomprayah ถึงเกาะเต่าประมาณ 10-11 โมง check in ที่พักย่านหาดทรายรี กินข้าวเที่ยงที่ The Gallery หรือ Pranee Kitchen ช่วงบ่าย snorkel หรือเดินเล่นริมหาด เย็นไปดูพระอาทิตย์ตกที่ Sairee Beach Bar กินมื้อค่ำที่ Barracuda หรือ Whitening พักทำใจให้สงบหลังเดินทางทั้งคืน
วันที่ 2 — เกาะนางยวน + จุดชมวิว
เช้าจองทัวร์เรือไปเกาะนางยวน ราคาประมาณ 500-700 บาทรวมรับส่ง+อาหารกลางวัน เดินขึ้นจุดชมวิวเก็บภาพ snorkel ดูปะการังรอบเกาะ กลับเกาะเต่าตอนบ่าย พักเที่ยง จากนั้นเช่ามอเตอร์ไซค์ไป John-Suwan Viewpoint ดูพระอาทิตย์ตก เย็นกินซีฟู้ดที่ Chalok Baan Kao บรรยากาศชิลกว่าฝั่งหาดทรายรี
วันที่ 3 — ดำน้ำหรือพักผ่อน + เดินทางกลับ
คนที่อยากลองดำน้ำ ลอง Discover Scuba Diving 1 วัน ราคาประมาณ 2,500-3,500 บาท ได้ดำน้ำ 2 dive กับ instructor หรือถ้าไม่อยากดำ ก็ snorkel เองที่อ่าวม่วงหรือ Mango Bay ก็ได้ บ่ายแกะกระเป๋าขึ้นเรือกลับชุมพร ต่อรถไฟกลางคืนถึงกรุงเทพฯ เช้าวันรุ่งขึ้น
ถ้ามีเวลา 4-5 วัน เพิ่ม Sail Rock day trip 1 วันสำหรับสาย diving + พักผ่อนที่ Tanote Bay อีก 1 วัน ทริปจะสมบูรณ์ขึ้นมาก เหมาะกับคนที่อยากกลับมาแบบรีเซ็ตจริงๆ

ทริคประหยัดสำหรับเที่ยวเกาะเต่า
เกาะเต่าไม่ใช่เกาะที่ราคาถูกที่สุดในไทย แต่ก็มีวิธีลดงบได้พอสมควรถ้าวางแผนล่วงหน้า ต่อไปนี้คือทริคที่นักเดินทางท้องถิ่นใช้กันจริง
- จองตั๋วเรือ+รถไฟ combo จากเอเจนต์ในกรุงเทพฯ ถูกกว่าซื้อแยก 100-200 บาท ลองเทียบราคาใน 12go หรือเอเจนต์ในซอยข้าวสาร
- เลือกพัก hostel หรือ guesthouse แทน resort — หาดทรายรีมี hostel ดีๆ คืนละ 300-500 บาท พบเจอเพื่อนใหม่ได้ง่าย
- กินข้าวร้านท้องถิ่นแถวแม่หาดหรือถนนหลังหาดทรายรี ราคา 60-120 บาท/จาน เทียบกับร้านริมหาดที่ 200-350 บาท
- ถ้าอยากสอบใบดำน้ำ PADI ราคาคอร์ส Open Water 4 วันเริ่มต้นประมาณ 10,000-12,000 บาท บางโรงเรียนรวมที่พักให้ฟรีตลอดคอร์ส คุ้มมาก
- ใช้ขวดน้ำดื่มแบบเติม — มีจุดเติมน้ำฟรีหลายร้าน ช่วยลดทั้งงบและพลาสติก ลดจาก 20 บาท/ขวดเหลือ 5 บาท
- หลีกเลี่ยงทัวร์เกาะนางยวนจากเอเจนต์ราคาแพง จองตรงกับเรือลำเล็กที่ท่าเรือแม่หาดถูกกว่า 100-200 บาท
- มา snorkel เอง ซื้อ mask+snorkel ที่ 7-Eleven หรือร้านดำน้ำ ราคา 200-400 บาท ถูกกว่าเช่ารายวันถ้าใช้มากกว่า 3 วัน
- เดือนพฤษภาคม-กันยายน ที่พักลดราคา 30-50% ถ้ารับฝนแบบโปรยๆ ได้ เป็นตัวเลือกที่ดีและคนน้อยกว่ามาก
เคล็ดลับสำหรับคนไทยอีกอย่าง: พกบัตรประชาชนไปด้วย — สถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งมีราคาคนไทยต่ำกว่าราคาคนต่างชาติเกือบครึ่ง โดยเฉพาะอุทยานและจุดที่เก็บค่าเข้า
หมายเหตุเรื่องราคา: ข้อมูลราคาทั้งหมดในบทความนี้ ราคาอาจเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงล่าสุด 2026-06 ก่อนเดินทางควรเช็คอีกครั้งจาก official source
สรุป: เที่ยวเกาะเต่าครั้งต่อไปไปไหนต่อ
เกาะเต่าเป็นหนึ่งในเกาะที่คนไทยมักมองข้าม เพราะคิดว่าเป็นที่เที่ยวของชาวต่างชาติเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วเกาะเต่าเหมาะกับทุกคน — ไม่ว่าจะมาดำน้ำ มาพักผ่อน หรือมาเจอเพื่อนใหม่จากทั่วโลก บรรยากาศที่นี่มีบางอย่างที่ทำให้คนที่มาแล้วต้องกลับมาอีก
ถ้าคุณอยากต่อทริปจากเกาะเต่าไปยังจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ ลองดูคู่มืออื่นๆ ของ Lulla ในหน้า สุราษฎร์ธานี หรือดูทริปทั่วประเทศไทยที่ รวมทริปไทย ใครสนใจเที่ยวเมืองอื่นๆ ในภาคใต้ ลองแวะดูหน้า ภาคใต้ และถ้าอยากดูตัวเลือกประเภทเมืองทั้งหมด ไปต่อที่ city trips ได้เลย
สุดท้ายถ้าทริปนี้คือก้าวแรกของการเที่ยวเกาะ ลองตั้งเป้าให้เกาะเต่าเป็นจุดเริ่ม แล้วต่อด้วยเกาะพะงัน เกาะสมุย หรือลงไปไกลถึงตรัง-สตูล อีกฟากของภาคใต้ มี Lulla ช่วยวางแผนทุกขั้นตอน
This content was created with the help of an automated system.




