ส้มตำ: คู่มือฉบับสมบูรณ์ ประวัติ สูตร ร้านเด็ด และทริคสั่ง

ส้มตำ: คู่มือฉบับสมบูรณ์ ประวัติ สูตร ร้านเด็ด และทริคสั่ง

ถ้าต้องเลือกเมนูไทยสักจานที่เป็นตัวแทนของรสไทยแท้ หลายคนคงนึกถึงส้มตำเป็นอันดับแรก เสียงครกกระเดื่องที่ดังสนั่นตามตลาด ริมทาง และร้านอาหารทั่วประเทศ คือเสียงที่บอกว่ากำลังจะได้กินส้มตำจานอร่อย ส้มตำไม่ได้เป็นแค่ยำมะละกอธรรมดา แต่เป็นศิลปะการปรุงรสที่ผสานความเปรี้ยว เผ็ด เค็ม หวาน และอูมามิเข้าด้วยกันอย่างลงตัว จนกลายเป็นหนึ่งในอาหารไทยที่ CNN Travel จัดอันดับให้ติด 50 อาหารที่ดีที่สุดในโลก ไม่ว่าคุณจะเป็นสายส้มตำไทยหวานๆ หรือสายปูปลาร้าแซ่บนัว บทความนี้จะพาคุณรู้จักส้มตำอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่ประวัติ ส่วนผสม วิธีทำ สารพัดสูตร ไปจนถึงร้านเด็ดและทริคสั่งให้อร่อยถูกใจ ถ้าพร้อมแล้ว ไปลุยกันเลย!

ส้มตำคืออะไร — เมนูระดับตำนานของคนไทย

ส้มตำ (Som Tam) คือยำมะละกอดิบที่ใช้วิธีตำในครกเป็นเอกลักษณ์ คำว่า “ส้ม” ในภาษาไทยหมายถึงรสเปรี้ยว ส่วน “ตำ” หมายถึงการตำหรือโขลก รวมกันจึงหมายถึงยำเปรี้ยวที่ตำนั่นเอง สิ่งที่ทำให้ส้มตำพิเศษกว่ายำทั่วไปคือเทคนิคการใช้ครกและสาก การตำทำให้ส่วนผสมทุกอย่างคลุกเคล้าและปล่อยรสชาติออกมาในแบบที่การผสมธรรมดาทำไม่ได้ มะละกอดิบถูกตำจนนิ่มพอดี ซึมซับน้ำปรุงรสที่เปรี้ยวจี๊ด เผ็ดแสบ เค็มกลมกล่อม หวานนิดๆ และมีกลิ่นหอมจากกุ้งแห้ง ส้มตำเป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของปรัชญาอาหารไทยที่เน้นความสมดุลของ 5 รส ได้แก่ เปรี้ยว เผ็ด เค็ม หวาน และรสอูมามิจากวัตถุดิบหมักดอง

ส้มตำเป็นเมนูที่กินได้ทุกมื้อ ทุกโอกาส ทั้งเป็นกับข้าว กินเล่น หรือเป็นเมนูหลักคู่กับข้าวเหนียวและไก่ย่าง ร้านส้มตำมีอยู่ทุกหัวมุมถนนในเมืองไทย ตั้งแต่รถเข็นริมทางราคาไม่กี่สิบบาทไปจนถึงร้านอาหารระดับมิชลิน ทำให้ส้มตำเป็นเมนูที่ไม่ว่าใครก็เข้าถึงได้ และเป็นหนึ่งในอาหารไทยที่คนต่างชาติรู้จักมากที่สุดเช่นกัน

Delicious Thai papaya salad with fresh ingredients served on a wooden table.
Photo by UNDO KIM on Pexels

ประวัติและที่มาของส้มตำ

ส้มตำมีรากเหง้ามาจากอาหารลาวและอีสาน โดยเดิมทีเป็นเมนูพื้นบ้านของชาวอีสานที่ใช้วัตถุดิบหาง่ายอย่างมะละกอดิบมาปรุงเป็นอาหาร ภาคอีสานซึ่งครอบคลุมพื้นที่ราว 1 ใน 3 ของประเทศไทย มีวัฒนธรรมอาหารที่เชื่อมโยงกับลาวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีพรมแดนติดกันและมีภาษาวัฒนธรรมที่คล้ายคลึง ส้มตำจึงเป็นเมนูที่พบได้ทั้งในไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม แต่ละประเทศมีการปรับสูตรให้เข้ากับวัตถุดิบและรสนิยมท้องถิ่น

ในอดีต ส้มตำเป็นอาหารของชาวบ้านที่ใช้ครกกับสากตำวัตถุดิบสดๆ เข้าด้วยกัน เป็นเมนูที่ทำง่าย ใช้ของที่มีในสวนครัว และกินกับข้าวเหนียวได้อิ่มท้อง ความนิยมของส้มตำแพร่ขยายจากภาคอีสานสู่กรุงเทพฯ ตามการอพยพของแรงงานจากต่างจังหวัดเข้าเมือง โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว เมื่อชาวอีสานจำนวนมากเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ พวกเขาก็นำอาหารท้องถิ่นติดตัวมาด้วย ตั้งแต่นั้นส้มตำก็กลายเป็นเมนูที่คนกรุงเทพฯ และคนไทยทั่วประเทศหลงรัก จนกลายเป็นเมนูประจำชาติไปโดยปริยาย

ปัจจุบัน ส้มตำไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เมื่อปี 2017 CNN Travel ได้จัดโหวตจากคนทั่วโลกกว่า 35,000 คน และส้มตำได้ติดอันดับใน 50 อาหารที่ดีที่สุดในโลก ร่วมกับอาหารไทยอื่นๆ อีก 6 เมนู ได้แก่ ต้มยำกุ้ง ผัดไทย มัสมั่น แกงเขียวหวาน ข้าวผัด และมูนัมตก สะท้อนให้เห็นว่าอาหารไทยและส้มตำนั้นเป็นที่ยอมรับในระดับสากลอย่างแท้จริง

Lush green rice fields in Nai Mueang, Thailand, under a vibrant sky.
Photo by Tom De Decker on Pexels

ส่วนผสมหลักที่ขาดไม่ได้

หัวใจของส้มตำอยู่ที่การเลือกวัตถุดิบสดใหม่และการปรุงรสให้สมดุล ส่วนผสมแต่ละอย่างมีหน้าที่เฉพาะตัวในการสร้างรสชาติที่ซับซ้อนของส้มตำ ต่อไปนี้คือส่วนผสมหลักที่ขาดไม่ได้:

  • มะละกอดิบ — ต้องเป็นมะละกอดิบที่ยังแข็งและมีสีเขียว สับเป็นเส้นฝอยบางๆ เนื้อมะละกอดิบจะให้ความกรอบและเป็นตัวรับรสปรุงได้ดี ถ้าหามะละกอดิบไม่ได้ บางคนใช้แครอทหรือแตงกวาแทน แต่รสชาติจะไม่เหมือน
  • พริกขี้หนูสวน — ให้ความเผ็ดจัดจ้านที่เป็นเอกลักษณ์ ปรับจำนวนตามระดับความเผ็ดที่ต้องการ ตั้งแต่ 1-2 เม็ดสำหรับคนไม่กินเผ็ด ไปจนถึง 10 เม็ดขึ้นไปสำหรับสายแซ่บ
  • กระเทียม — ตำรวมกับพริกเป็นพื้นฐานของน้ำปรุง ให้กลิ่นหอมฉุนและรสเผ็ดร้อนเบาๆ
  • มะเขือเทศสีดา — ลูกเล็กๆ ให้ทั้งรสเปรี้ยวอ่อนๆ สีสันสดใส และน้ำที่ช่วยให้น้ำปรุงเข้ากัน
  • ถั่วฝักยาว — หั่นเป็นท่อนสั้นประมาณ 1 นิ้ว ให้ความกรอบสดและสีเขียวสวย
  • มะนาว — ให้ความเปรี้ยวสดชื่น เป็นหนึ่งในรสหลักของส้มตำ ใช้ทั้งน้ำมะนาวคั้นสด
  • น้ำปลา — ให้รสเค็มและอูมามิ เป็นตัวเชื่อมรสทุกอย่างเข้าด้วยกัน
  • น้ำตาลปี๊บ — ให้ความหวานกลมกล่อม ช่วยตัดรสเปรี้ยวและเผ็ด ทำให้รสชาติลงตัว
  • กุ้งแห้ง — เพิ่มรสอูมามิ กลิ่นหอม และเนื้อสัมผัสที่เคี้ยวเพลิน
  • ถั่วลิสงคั่ว — ใช้ในส้มตำไทย ให้ความมันและกรุบกรอบ เป็นจุดเด่นที่แตกต่างจากส้มตำอีสาน

สำหรับส้มตำแบบอีสานแท้ จะเพิ่มปลาร้า (น้ำปลาหมัก) และปูดอง (ปูนาดอง) เข้าไปด้วย ทำให้รสชาติเข้มข้นขึ้นอีกระดับ มีกลิ่นเฉพาะตัวที่คนชอบก็ชอบมาก ส่วนคนที่ไม่คุ้นเคยอาจต้องค่อยๆ ปรับตัว ปลาร้าเป็นเครื่องปรุงที่ทำจากปลาน้ำจืดหมักกับเกลือและรำข้าว ให้รสเค็มอูมามิที่ลึกซึ้งกว่าน้ำปลาธรรมดา

a bowl of noodles with a knife
Photo by Markus Winkler on Unsplash

วิธีทำแบบง่ายๆ ที่บ้าน

การทำส้มตำไม่ยากอย่างที่คิด แต่มีเทคนิคสำคัญที่ต้องรู้ เครื่องมือที่ขาดไม่ได้คือครกดินเผาหรือครกไม้กับสากไม้ ครกเป็นหัวใจของการทำส้มตำ เพราะการตำทำให้วัตถุดิบปล่อยน้ำและรสชาติออกมาผสมกันอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งแตกต่างจากการผสมในชามธรรมดา

เริ่มจากตำกระเทียมกับพริกขี้หนูให้แตกพอหยาบ จากนั้นใส่ถั่วฝักยาวและมะเขือเทศลงไปตำพอให้ช้ำ ใส่กุ้งแห้งตำอีกครั้ง แล้วเติมน้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำตาลปี๊บ คนให้เข้ากัน ใส่มะละกอดิบสับเส้นลงไป ใช้สากกับช้อนคลุกเคล้าและตำเบาๆ ให้มะละกอซึมซับน้ำปรุง ระวังอย่าตำแรงเกินไปจนมะละกอเละ ควรตำแค่พอให้นิ่มแต่ยังคงความกรอบ สุดท้ายใส่ถั่วลิสงคั่ว (สำหรับส้มตำไทย) แล้วคลุกเบาๆ อีกครั้ง

เคล็ดลับสำคัญคือการชิมระหว่างทำ ส้มตำแต่ละครกจะมีรสชาติไม่เหมือนกันเป๊ะ ขึ้นอยู่กับความเปรี้ยวของมะนาว ความเผ็ดของพริก และความหวานของน้ำตาล ต้องปรับรสไปเรื่อยๆ จนได้สมดุลที่ถูกปากตัวเอง นี่แหละคือเสน่ห์ของส้มตำ — ทุกครกมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกัน

red chili on white ceramic plate
Photo by Muhammad Daudy on Unsplash

สารพัดส้มตำ — เมนูที่ต้องรู้จัก

ส้มตำไม่ได้มีแค่สูตรเดียว แต่มีหลากหลายสูตรที่แตกต่างกันตามภูมิภาคและวัตถุดิบ แต่ละสูตรมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ต่อไปนี้คือสูตรส้มตำยอดนิยมที่คนไทยต้องรู้จัก:

ส้มตำไทย

ส้มตำไทยเป็นสูตรที่คนทั่วไปรู้จักมากที่สุด โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ และนักท่องเที่ยวต่างชาติ จุดเด่นคือการใช้ถั่วลิสงคั่วและกุ้งแห้งเป็นส่วนประกอบหลัก รสชาติจะหวานนำเปรี้ยวตาม เผ็ดน้อยกว่าสูตรอีสาน ไม่ใส่ปลาร้าและปูดอง จึงเหมาะสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มลองกินส้มตำ หรือคนที่ไม่ชอบกลิ่นปลาร้า ส้มตำไทยมักเสิร์ฟพร้อมถั่วลิสงคั่วโรยหน้าเยอะๆ ให้ความมันกรุบกรอบที่ลงตัว

variety of vegetable salad
Photo by emy on Unsplash

ส้มตำปูปลาร้า (ส้มตำอีสาน)

ส้มตำปูปลาร้าคือสูตรดั้งเดิมของชาวอีสานแท้ เป็นสูตรที่ให้รสชาติเข้มข้นและจัดจ้านที่สุด ส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้แตกต่างจากส้มตำไทยคือปลาร้า (น้ำปลาหมักจากปลาน้ำจืด) และปูดอง (ปูนาดองเค็ม) ปลาร้าให้รสเค็มอูมามิที่ลึกซึ้ง ส่วนปูดองให้ความเค็มมันและเนื้อสัมผัสที่น่าสนใจ สูตรนี้จะไม่ใส่ถั่วลิสง แต่เน้นรสเปรี้ยวเผ็ดเค็มจัดจ้าน กินคู่กับข้าวเหนียวร้อนๆ แล้วฟินมาก คนอีสานมักบอกว่านี่คือส้มตำ “ของจริง” ที่ต้องลองสักครั้ง

vegetable salad on brown wooden plate
Photo by Olivier Bergeron on Unsplash

ส้มตำปูม้า

ส้มตำปูม้าเป็นสูตรที่นิยมมากในกรุงเทพฯ และจังหวัดริมทะเล ใช้เนื้อปูม้าสดหรือปูม้านึ่งฉีกเป็นชิ้นใส่ลงไปในครก ให้ความหวานของเนื้อปูตัดกับรสเปรี้ยวเผ็ดของน้ำปรุง เป็นสูตรที่หรูหราขึ้นมาอีกระดับ ราคาจะสูงกว่าส้มตำทั่วไปเพราะต้นทุนปูม้า แต่คุ้มค่าสำหรับคนรักอาหารทะเล มักพบได้ตามร้านอาหารทะเลและร้านส้มตำที่มีเมนูพิเศษ

ส้มตำข้าวโพด

ส้มตำข้าวโพดเป็นอีกหนึ่งสูตรที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ใช้เมล็ดข้าวโพดหวานต้มสุกแทนมะละกอ หรือบางสูตรก็ใส่ทั้งมะละกอและข้าวโพด ข้าวโพดให้ความหวานธรรมชาติและเนื้อสัมผัสกรุบกรอบที่ต่างจากมะละกอ เด็กๆ มักชอบสูตรนี้เพราะกินง่ายและไม่เผ็ดมาก ส้มตำข้าวโพดมักถูกปรุงแบบรสหวานนำ เหมาะสำหรับคนที่อยากลองอะไรใหม่ๆ ที่แตกต่างจากส้มตำแบบดั้งเดิม

ตำซั่ว

ตำซั่วเป็นส้มตำที่ใส่เส้นขนมจีนหรือเส้นหมี่ลงไปในครกด้วย คำว่า “ซั่ว” มาจากภาษาอีสานหมายถึงเส้น การเพิ่มเส้นทำให้ส้มตำกลายเป็นมื้ออิ่มท้องมากขึ้น เพราะได้ทั้งผักและแป้งในจานเดียว ตำซั่วมักปรุงรสแบบอีสาน ใส่ปลาร้าและเผ็ดจัด กินคู่กับผักสดและข้าวเหนียว เป็นเมนูยอดนิยมตามร้านส้มตำอีสานและตลาดนัดทั่วประเทศ

ตำป่า

ตำป่า หรือ “ส้มตำแบบป่า” เป็นสูตรดั้งเดิมของชาวอีสานที่ใส่วัตถุดิบจากธรรมชาติอย่างหอยขมน้ำจืด ปูนา และผักพื้นบ้านอย่างผักชีฝรั่ง ปรุงรสด้วยปลาร้าและน้ำปลาร้า ตำป่ามีรสชาติเข้มข้นและมีกลิ่นเฉพาะตัวจากวัตถุดิบหมักดอง ถือเป็นสูตรที่ “ฮาร์ดคอร์” ที่สุด เหมาะสำหรับคนที่ชอบรสชาติจัดจ้านแบบอีสานแท้ๆ หากมีโอกาสไปเที่ยวภาคอีสาน ตำป่าเป็นเมนูที่ต้องลองสักครั้งเพื่อสัมผัสรสชาติดั้งเดิมที่หาไม่ได้ง่ายในเมือง

pasta with vegetables near meat with cabbage and stewed food in bowl
Photo by Jerome Jome on Unsplash

ร้านเด็ดที่ต้องลอง

ส้มตำหาได้ทุกที่ในประเทศไทย แต่ถ้าอยากลองของดีจริงๆ ลองแวะไปตามร้านและย่านเหล่านี้ดู (ราคาปรับปรุงล่าสุด 2026-04, อาจเปลี่ยนแปลง):

ส้มตำเจ๊โส (Jay So) — กรุงเทพฯ

ร้านส้มตำเจ๊โส (Som Tam Jay So) เป็นร้านที่คอส้มตำสายอีสานต้องรู้จัก ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ขึ้นชื่อเรื่องส้มตำปูปลาร้ารสจัดจ้านแบบอีสานแท้ โดยเฉพาะ “ตำป่า” ที่ใส่หอยขม ปูนา และปลาร้าเข้มข้น เป็นร้านที่แม้แต่เว็บไซต์อาหารต่างประเทศยังแนะนำ ราคาย่อมเยาเริ่มต้นประมาณ 50-80 บาทต่อจาน เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสส้มตำอีสานแท้ในกรุงเทพฯ

ส้มตำนัว (Som Tam Nua) — สยามสแควร์ กรุงเทพฯ

ส้มตำนัวเป็นร้านอาหารอีสานยอดนิยมที่ตั้งอยู่ในย่านสยามสแควร์ ใจกลางกรุงเทพฯ ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องส้มตำหลากหลายสูตร ตั้งแต่ส้มตำไทยไปจนถึงส้มตำปูปลาร้า รวมถึงไก่ทอดสมุนไพรที่คนต่อคิวยาวเพื่อกิน บรรยากาศทันสมัย นั่งสบาย เหมาะสำหรับคนที่อยากกินส้มตำอร่อยๆ ในย่านช้อปปิ้ง คิวมักยาวโดยเฉพาะช่วงเที่ยง แนะนำให้ไปก่อนเวลาอาหารสักครึ่งชั่วโมง

ส้มตำคอนแวนต์ — สีลม กรุงเทพฯ

ส้มตำคอนแวนต์เป็นร้านริมทางในซอยคอนแวนต์ ย่านสีลม ที่คนทำงานออฟฟิศแถวนั้นรู้จักกันดี ขายส้มตำมานานหลายสิบปีจนกลายเป็นตำนานของย่าน ราคาไม่แพง บรรยากาศเป็นกันเอง กินริมถนนแบบสตรีทฟู้ดแท้ๆ เมนูแนะนำคือส้มตำไทยและส้มตำปูปลาร้า กินคู่กับข้าวเหนียวและไก่ย่างจะอร่อยสุดๆ

Close-up of a traditional Thai som tam papaya salad with fresh vegetables.
Photo by Markus Winkler on Pexels

ตลาดสตรีทฟู้ด — กรุงเทพฯ

นอกจากร้านชื่อดัง กรุงเทพฯ ยังมีร้านส้มตำริมทางและตลาดนัดอีกมากมายที่ทำส้มตำอร่อยไม่แพ้กัน ลองสำรวจตามตลาดนัดและย่านสตรีทฟู้ดต่างๆ เช่น ตลาดนัดจตุจักร ตลาดรถไฟรัชดา หรือย่านข้าวสารที่มีร้านอาหารอีสานเปิดให้บริการตลอดวัน สิ่งสำคัญคือมองหาร้านที่มีคนต่อคิว มีครกวางหน้าร้าน และแม่ค้าตำสดใหม่ต่อหน้า นี่คือสัญญาณว่าส้มตำร้านนั้นน่าจะอร่อย

สำรวจส้มตำถิ่นอีสาน — ขอนแก่น อุดรธานี นครราชสีมา

ถ้าอยากสัมผัสส้มตำแบบต้นตำรับจริงๆ ต้องไปเที่ยวภาคอีสาน เมืองใหญ่อย่างขอนแก่น อุดรธานี และนครราชสีมา (โคราช) ล้วนมีร้านส้มตำอีสานแท้ให้ลองมากมาย ตั้งแต่ร้านริมทางไปจนถึงร้านอาหารที่เปิดมาหลายสิบปี ส้มตำที่อีสานจะได้รสชาติที่แตกต่างจากในกรุงเทพฯ เพราะใช้วัตถุดิบท้องถิ่นสดใหม่ ปลาร้าของจริง และสูตรที่ส่งต่อกันมาหลายรุ่น ถ้ามีทริปเที่ยวไทย ลองแวะอีสานเพื่อกินส้มตำสักครั้ง รับรองจะติดใจ

ทริคเลือกและสั่งส้มตำให้อร่อยถูกใจ

การสั่งส้มตำให้ได้รสชาติถูกปากไม่ใช่เรื่องยาก ถ้ารู้เทคนิคเหล่านี้:

  • บอกระดับเผ็ด — อย่าอายที่จะบอกแม่ค้าว่าต้องการเผ็ดแค่ไหน พูดง่ายๆ ว่า “เผ็ดน้อย” “เผ็ดกลาง” หรือ “เผ็ดมาก” หรือจะบอกเป็นจำนวนพริกเลยก็ได้ เช่น “ใส่พริก 3 เม็ด”
  • เลือกสูตรให้เหมาะกับตัวเอง — ถ้าไม่คุ้นเคยกับปลาร้า เริ่มจากส้มตำไทยก่อน แล้วค่อยลองสูตรอีสาน คนที่ชินกับรสแรงๆ อาจข้ามไปลองส้มตำปูปลาร้าหรือตำป่าได้เลย
  • สั่งเป็นเซ็ต — ส้มตำอร่อยที่สุดเมื่อกินคู่กับข้าวเหนียวร้อนๆ และไก่ย่าง (กับข้าวอีสานคลาสสิก) สามตัวนี้เป็นเซ็ตที่ลงตัวมาก ข้าวเหนียวช่วยดับเผ็ด ส่วนไก่ย่างให้โปรตีนและรสมัน
  • ดูความสดของวัตถุดิบ — ร้านที่ดีจะสับมะละกอสดใหม่ ไม่ใช่แช่น้ำแข็งทิ้งไว้ ลองสังเกตว่ามะละกอมีสีเขียวสดและกรอบดีหรือไม่
  • ระวังเรื่องท้อง — สำหรับคนที่ท้องไม่แข็ง ส้มตำที่ใส่ปูดองอาจทำให้ท้องเสียได้ เลือกสูตรที่ไม่ใส่ปูดองจะปลอดภัยกว่า โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เพิ่งมาเมืองไทย
  • ขอ “ไม่ใส่ผงชูรส” — ถ้าไม่อยากได้ผงชูรส ก็บอกแม่ค้าได้เลย ร้านส่วนใหญ่จะปรับให้ตามที่ลูกค้าต้องการ

A meal with rice, soup, and grilled meat
Photo by nobleseed nobleseed on Unsplash

สรุป — เมนูที่ห้ามพลาด

ส้มตำเป็นมากกว่าแค่ยำมะละกอ มันคือตัวแทนของวัฒนธรรมอาหารไทยที่ผสมผสานรสชาติ ภูมิปัญญา และวิถีชีวิตเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นส้มตำไทยหวานเปรี้ยว ส้มตำปูปลาร้าเข้มข้นจัดจ้าน หรือตำป่าดั้งเดิม ทุกสูตรล้วนมีเสน่ห์เฉพาะตัว การที่ส้มตำได้ติดอันดับ 50 อาหารที่ดีที่สุดในโลกจาก CNN Travel ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่านี่คือเมนูระดับตำนานที่ทั่วโลกยอมรับ

ถ้ายังไม่เคยลองส้มตำ หรือเคยกินแต่สูตรเดิมๆ ลองเปิดใจลองสูตรใหม่ๆ ดูบ้าง รับรองว่าจะค้นพบรสชาติที่ทำให้ติดใจ อยากรู้จักเมนูอาหารอื่นๆ ของไทยเพิ่มเติม อย่าลืมตามอ่านบทความอาหารอื่นๆ ของเราด้วยนะ!

This content was created with the help of an automated system.
author profile image

lulla

Lulla อ่านว่า “ลั้ลลา” เว็บไซต์ที่จะทำให้คุณเพลินเพลิน ลั้ลลา ไปกับทุกช่วงเวลาของการค้นหาสิ่งใหม่ๆ เพราะเราเชื่อว่า “เรื่องกิน และเที่ยว ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ”

ติดตาม