เลือกและเก็บแฮม คู่มือครบทุกประเภทที่ต้องรู้

เลือกและเก็บแฮม คู่มือครบทุกประเภทที่ต้องรู้

ทำไมต้องรู้จักเลือกแฮม

แฮมเป็นวัตถุดิบยอดนิยมที่พบเห็นได้ทั่วไปทั้งในร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านวัตถุดิบนำเข้า แต่คนส่วนใหญ่มักเลือกซื้อแฮมโดยไม่ได้สังเกตรายละเอียดมากนัก ทั้งที่แฮมแต่ละประเภทมีรสชาติ เนื้อสัมผัส และวิธีเก็บรักษาที่แตกต่างกันอย่างมาก การเลือกแฮมผิดประเภทอาจทำให้อาหารจานนั้นไม่ได้รสชาติอย่างที่ตั้งใจ หรือแย่กว่านั้นคือแฮมเสียก่อนที่จะได้ใช้หมด

ไม่ว่าคุณจะซื้อแฮมมาทำแซนด์วิชมื้อเช้า ใส่พิซซ่าทำเอง หรือจัดจานชาร์กูเทอรี่สำหรับงานเลี้ยง บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักแฮมแต่ละชนิด วิธีเลือกซื้อให้ได้ของดี และเคล็ดลับเก็บรักษาให้อยู่ได้นานโดยไม่เสียรสชาติ ถือเป็นคู่มือเลือกแฮมฉบับสมบูรณ์ที่เอาไปใช้ได้จริงทุกครั้งที่ไปจ่ายตลาด

ประเภทของแฮมที่ควรรู้จัก

แฮมแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามกรรมวิธีการผลิต แต่ละชนิดมีลักษณะเฉพาะที่เหมาะกับการใช้งานต่างกัน ก่อนจะเลือกซื้อแฮม มาทำความรู้จักแฮมแต่ละแบบกันก่อน

แฮมปรุงสุก (Cooked Ham) เป็นแฮมที่พบมากที่สุดในไทย ผ่านการนึ่งหรืออบจนสุก มีรสชาติอ่อนนุ่ม เนื้อสัมผัสชุ่มฉ่ำ สีชมพูอ่อนน่ารับประทาน นิยมใช้ทำแซนด์วิช โรลแฮมชีส หรือหั่นเต๋าใส่ข้าวผัด แบรนด์ที่คุ้นตาในซูเปอร์มาร์เก็ตไทย เช่น CP, Tulip และ Hygrade ส่วนใหญ่ขายในรูปแบบสไลซ์แพ็กสุญญากาศ พร้อมทานได้ทันทีโดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม

แฮมรมควัน (Smoked Ham) ผ่านกระบวนการรมควันจากไม้ชนิดต่างๆ เช่น ฮิคคอรี่ (Hickory) หรือไม้แอปเปิล ให้กลิ่นหอมเฉพาะตัวและรสชาติที่ลึกซึ้งกว่าแฮมปรุงสุกธรรมดา แฮมรมควันเหมาะกับการนำไปทำพิซซ่า พาสต้า หรือกินคู่กับไข่ในมื้อเช้าแบบตะวันตก รสหอมจากควันไม้จะเด่นขึ้นอีกเมื่อผ่านความร้อน

แฮมบ่มแห้ง (Dry-Cured Ham) เป็นแฮมระดับพรีเมียม ผ่านการหมักเกลือและบ่มเป็นเวลาหลายเดือนถึงหลายปี ตัวอย่างที่คนทั่วโลกรู้จักดี ได้แก่ พรอชุตโต ดิ ปาร์มา (Prosciutto di Parma) จากอิตาลี ฮามอน เซร์ราโน (Jamón Serrano) และฮามอน อิเบริโก (Jamón Ibérico) จากสเปน แฮมประเภทนี้มีราคาสูงแต่ให้รสชาติเข้มข้น ซับซ้อน มีความหวานของเนื้อสัตว์ที่ผ่านการบ่มมานาน เหมาะกับการสไลซ์บางๆ วางบนจานชาร์กูเทอรี่คู่กับชีสและผลไม้

แฮมไก่และแฮมไก่งวง (Chicken Ham / Turkey Ham) เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ทานเนื้อหมูหรือต้องการโปรตีนที่ไขมันต่ำกว่า เนื้อสัมผัสจะนุ่มและแน่นน้อยกว่าแฮมหมูเล็กน้อย แต่ปรุงอาหารได้หลากหลายไม่แพ้กัน ปัจจุบันแฮมไก่มีจำหน่ายแพร่หลายในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพหรือครอบครัวที่มีสมาชิกไม่ทานหมู

แฮมแปรรูป (Processed Ham) ผลิตจากเนื้อสัตว์ขึ้นรูป อาจผสมแป้ง สตาร์ช และสารปรุงแต่ง ราคาย่อมเยาที่สุดในบรรดาแฮมทุกประเภท เหมาะสำหรับทำอาหารที่ต้องใช้แฮมปริมาณมาก เช่น ข้าวผัด ผัดมาม่า หรือใส่โทสต์ เลือกยี่ห้อที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนผสมหลักจะได้รสชาติดีกว่า

sliced pizza on brown wooden tray
Photo by RAPHAEL MAKSIAN on Unsplash

วิธีเลือกแฮมให้ได้ของดี สดใหม่

การเลือกแฮมให้ได้คุณภาพดีไม่ใช่เรื่องยาก แค่สังเกตรายละเอียดไม่กี่อย่างก็ช่วยให้ได้แฮมที่สดใหม่ อร่อย และคุ้มค่าเงินทุกครั้งที่ซื้อ

ดูสีของเนื้อแฮม แฮมคุณภาพดีจะมีสีชมพูอ่อนถึงชมพูเข้มสม่ำเสมอ หากเห็นขอบเนื้อเป็นสีเทา เขียว หรือมีจุดสีผิดปกติ ให้หลีกเลี่ยงเด็ดขาด เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าแฮมเริ่มเสื่อมสภาพ สำหรับแฮมรมควันสีจะเข้มกว่าเล็กน้อยซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ก็ต้องสม่ำเสมอเช่นกัน

สังเกตเนื้อสัมผัส แฮมสดจะมีเนื้อแน่น ชุ่มฉ่ำ ไม่เหนียวเหนอะหนะ หากพื้นผิวลื่นเป็นเมือกหรือแห้งกร้านผิดปกติ แสดงว่าแฮมอาจเก่าเกินไปหรือเก็บรักษาไม่ถูกวิธี สำหรับแฮมแพ็กสุญญากาศที่ยังไม่ได้เปิด ให้สังเกตว่าเนื้อแฮมดูชุ่มฉ่ำพอดี ไม่มีน้ำขังมากจนเกินไปภายในซอง

ตรวจสอบวันผลิตและวันหมดอายุ เรื่องพื้นฐานแต่หลายคนมองข้าม โดยเฉพาะแฮมสไลซ์ในห้างที่มีหลายล็อตวางรวมกัน ให้เลือกล็อตที่ผลิตใหม่ที่สุดเสมอ แม้จะอยู่ด้านหลังชั้นวางก็ตาม ยิ่งวันผลิตใหม่มากเท่าไหร่ คุณก็มีเวลาใช้แฮมได้นานขึ้นเท่านั้น

อ่านฉลากส่วนผสม แฮมที่ดีควรมีเนื้อหมูหรือเนื้อสัตว์เป็นส่วนผสมหลักลำดับแรก หากมีแป้ง สตาร์ช หรือสารเติมแต่งในปริมาณมาก แสดงว่าเป็นแฮมคุณภาพรองลงมา ให้ระวังส่วนผสมอย่างโซเดียมไนไตรท์ซึ่งเป็นสารกันบูดที่ใช้กันทั่วไป มีได้ในปริมาณที่เหมาะสมตามมาตรฐาน แต่ถ้าคุณใส่ใจสุขภาพเป็นพิเศษ ลองมองหาแฮมที่ระบุว่าปราศจากไนเตรท (Nitrate-Free) เป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง

ดูบรรจุภัณฑ์ให้ดี บรรจุภัณฑ์ต้องไม่มีรอยฉีกขาดหรือบวมผิดปกติ หากถุงสุญญากาศบวมขึ้นมา แสดงว่ามีแก๊สสะสมภายในซึ่งอาจเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ไม่ควรซื้อเด็ดขาดแม้ราคาจะถูกเพียงใดก็ตาม

เลือกแฮมตามงบประมาณและโอกาส

ไม่จำเป็นต้องซื้อแฮมแพงที่สุดเสมอไป สิ่งสำคัญคือเลือกให้เหมาะกับจุดประสงค์ แฮมแต่ละระดับราคามีจุดเด่นต่างกัน ลองจับคู่ประเภทแฮมกับเมนูที่จะทำ

มื้อเช้าประจำวันและแซนด์วิช แฮมปรุงสุกสไลซ์ราคาประหยัดตอบโจทย์ที่สุด เน้นเลือกยี่ห้อที่มีเนื้อแฮมเป็นส่วนผสมหลัก งบประมาณอยู่ที่ราว 60-120 บาทต่อแพ็ก ใช้ได้หลายมื้อ เหมาะกับทำแซนด์วิชใส่กล่องข้าวไปทำงานหรือทำอาหารเช้าง่ายๆ ให้ลูก

ทำอาหารจานร้อน แฮมรมควันจะให้มิติรสชาติที่ดีกว่าเมื่อผ่านความร้อน กลิ่นหอมควันจะยิ่งเด่นชัด เหมาะกับพิซซ่า ข้าวผัด ออมเล็ต หรือใส่ซุป ราคาจะสูงกว่าแฮมปรุงสุกเล็กน้อย อยู่ที่ราว 100-200 บาทต่อแพ็ก แต่คุ้มค่ากับรสชาติที่ได้ และใช้ปริมาณน้อยก็ให้กลิ่นรสครบ

จัดจานสำหรับงานเลี้ยงและชาร์กูเทอรี่ ถ้าต้องการความพรีเมียม พรอชุตโต ดิ ปาร์มา หรือฮามอน อิเบริโก คือตัวเลือกที่ดีที่สุด ราคาอาจสูงถึง 200-500 บาทต่อ 100 กรัม แต่ให้รสชาติที่คุ้มค่าสำหรับโอกาสพิเศษ ลองจัดบนจานไม้คู่กับชีสหลายชนิด องุ่น มะกอก และขนมปังกรอบ จะได้จานชาร์กูเทอรี่ที่สวยงามน่ารับประทาน

Delicious charcuterie board with assorted cheese, meats, grapes, and crackers, perfect for festive gatherings.
Photo by Cleo Vergara on Pexels

วิธีเก็บแฮมให้สดนาน คงรสชาติ

แฮมเป็นอาหารแปรรูปที่มีอายุจำกัด การเก็บรักษาอย่างถูกวิธีจะช่วยยืดอายุและรักษารสชาติไว้ได้อย่างดี หัวใจสำคัญคือการลดการสัมผัสกับอากาศและควบคุมอุณหภูมิให้คงที่

แฮมที่ยังไม่เปิดซอง เก็บในตู้เย็นช่องธรรมดาที่อุณหภูมิ 0-4 องศาเซลเซียส ตามวันหมดอายุที่ระบุบนฉลาก แฮมปรุงสุกที่ยังไม่เปิดซองมักอยู่ได้ 2-4 สัปดาห์นับจากวันผลิต ส่วนแฮมบ่มแห้งอาจอยู่ได้นานหลายเดือนเพราะผ่านกระบวนการถนอมอาหารด้วยเกลือ วางไว้ในชั้นล่างของตู้เย็นที่อุณหภูมิคงที่ที่สุด หลีกเลี่ยงการวางบริเวณประตูตู้เย็นที่อุณหภูมิผันผวนบ่อย

แฮมที่เปิดซองแล้ว ควรห่อด้วยฟิล์มถนอมอาหาร (Cling Wrap) หรือใส่ถุงซิปล็อกไล่อากาศออกให้มากที่สุด เก็บในตู้เย็นและควรใช้ให้หมดภายใน 3-5 วัน สำหรับแฮมบ่มแห้งอย่างพรอชุตโต ให้ห่อด้วยกระดาษไข (Parchment Paper) ก่อนห่อทับด้วยฟิล์มอีกชั้น เพื่อให้เนื้อแฮมหายใจได้เล็กน้อยและไม่สะสมความชื้นจนเกินไป วิธีนี้ช่วยรักษาเนื้อสัมผัสและกลิ่นรสดั้งเดิมได้ดีที่สุด

การแช่แข็งเพื่อเก็บระยะยาว แฮมปรุงสุกและแฮมรมควันสามารถแช่แข็งได้นาน 1-2 เดือนโดยไม่เสียรสชาติมากนัก แนะนำให้แบ่งเป็นส่วนย่อยตามปริมาณที่จะใช้ต่อครั้งก่อนแช่ เพื่อจะได้หยิบมาใช้ทีละส่วนโดยไม่ต้องละลายทั้งก้อนแล้วแช่ซ้ำ ห่อด้วยฟิล์มให้แน่นแล้วใส่ถุงซิปล็อกอีกชั้น เขียนวันที่แช่กำกับไว้ด้วยเพื่อไม่ให้ลืม เวลาจะใช้ให้ย้ายลงมาละลายในตู้เย็นช่องธรรมดาข้ามคืน ห้ามละลายที่อุณหภูมิห้องเพราะเสี่ยงต่อแบคทีเรียเจริญเติบโต ส่วนแฮมบ่มแห้งไม่แนะนำให้แช่แข็ง เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสและกลิ่นรสเฉพาะตัวเปลี่ยนไปจนไม่น่ารับประทาน

สัญญาณว่าแฮมเสียแล้ว สีเปลี่ยนเป็นเทาหรือเขียว มีกลิ่นเปรี้ยวหรือฉุนผิดปกติ พื้นผิวเหนียวลื่นเป็นเมือก หรือมีเชื้อราปรากฏ หากพบอาการเหล่านี้แม้เพียงอย่างเดียว ให้ทิ้งทันทีไม่ต้องเสียดาย เพราะไม่คุ้มกับความเสี่ยงเรื่องสุขภาพ

Captivating view of a deli window showcasing sliced and whole cuts of meat, with street reflections.
Photo by Nguyen Ngoc Tien on Pexels

เมนูแฮมยอดนิยมที่ทำได้ง่ายที่บ้าน

แฮมเป็นวัตถุดิบที่ใช้งานได้หลากหลายมาก ตั้งแต่เมนูง่ายๆ ทำเสร็จใน 5 นาที ไปจนถึงจานที่ดูหรูหราแต่ทำจริงไม่ยากเลย ลองนำแฮมที่เลือกซื้อมาอย่างดีมาทำเมนูเหล่านี้ดู

  • แซนด์วิชแฮมชีส — เมนูคลาสสิกที่ทำง่ายที่สุด แค่แฮมสไลซ์ ชีส ผักกาดหอม มะเขือเทศ บนขนมปังทาเนย จะเพิ่มมัสตาร์ดหรือมายองเนสเล็กน้อยก็ยิ่งอร่อย
  • แฮมชีสโทสต์ — ปิ้งขนมปังกรอบกับแฮมและชีสที่ละลายเยิ้ม ใส่ไข่ดาวอีกชั้นก็ได้มื้อเช้าอิ่มท้อง ทำง่ายแค่มีเตาปิ้งขนมปังหรือกระทะ
  • ข้าวผัดแฮม — หั่นแฮมเป็นเต๋าเล็กๆ ผัดกับข้าว ไข่ ต้นหอม กระเทียม ปรุงรสด้วยซอสปรุงรสเล็กน้อย ได้มื้อง่ายๆ อิ่มท้องภายใน 10 นาที เด็กๆ ชอบมาก
  • พิซซ่าแฮมโฮมเมด — ไม่ว่าจะใช้แป้งพิซซ่าสำเร็จรูปหรือแป้งตอร์ตีญาเป็นฐาน แฮมกับชีสมอซซาเรลลาคือคู่หูคลาสสิก เข้าเตาอบ 200 องศาสิบกว่านาทีก็ได้พิซซ่าร้อนๆ กินที่บ้าน
  • สลัดแฮมรมควัน — แฮมรมควันฉีกหรือสไลซ์วางบนผักสดรวม ราดน้ำสลัดบัลซามิก โรยพาร์เมซานชีส ได้จานสลัดรสดีมีประโยชน์สำหรับมื้อเที่ยง
  • พาสต้าคาร์โบนาราแฮม — ใช้แฮมรมควันหั่นเต๋าแทนกวนชิอาเล่ได้ในเวอร์ชันทำง่าย ผัดกับพาสต้า ไข่ ชีส และพริกไทย ได้เมนูสไตล์อิตาเลียนโดยไม่ต้องหาวัตถุดิบยาก

นอกจากเมนูข้างต้น ยังนำแฮมไปใส่ออมเล็ต เครป โรลเวียดนาม หรือแม้แต่ต้มจืดก็อร่อย แฮมเป็นวัตถุดิบที่ปรับใช้ได้กว้างมาก ไม่ได้จำกัดแค่อาหารฝรั่งอย่างที่หลายคนเข้าใจ ลองหยิบแฮมที่มีในตู้เย็นมาครีเอตเมนูใหม่ๆ ดู

สรุปเช็กลิสต์เลือกแฮมอย่างมืออาชีพ

รวบรวมทุกเรื่องสำคัญที่ต้องจำเวลาเลือกซื้อและเก็บรักษาแฮม เก็บไว้เปิดดูทุกครั้งก่อนไปซูเปอร์มาร์เก็ตได้เลย

  1. รู้จักประเภทแฮมให้ชัดเจน — แฮมปรุงสุก แฮมรมควัน แฮมบ่มแห้ง แฮมไก่ และแฮมแปรรูป แต่ละชนิดเหมาะกับเมนูต่างกัน
  2. ดูสีและเนื้อสัมผัส — ต้องชมพูสม่ำเสมอ เนื้อแน่นชุ่มฉ่ำ ไม่เหนียวลื่นหรือแห้งกร้าน
  3. ดมกลิ่น — ต้องมีกลิ่นเนื้ออ่อนหรือกลิ่นรมควันหอม ไม่เปรี้ยว ไม่มีกลิ่นผิดปกติ
  4. อ่านฉลากส่วนผสม — เนื้อสัตว์ต้องเป็นส่วนผสมลำดับแรก ระวังแป้งและสตาร์ชในปริมาณมาก
  5. ตรวจบรรจุภัณฑ์ — ไม่ฉีก ไม่บวม ซีลสุญญากาศสมบูรณ์ เลือกล็อตผลิตใหม่สุดเสมอ
  6. เก็บในตู้เย็นที่ 0-4 องศาเซลเซียส — เปิดซองแล้วต้องใช้ให้หมดภายใน 3-5 วัน
  7. แช่แข็งได้ 1-2 เดือน — แบ่งส่วนย่อยก่อนแช่ เขียนวันที่กำกับ แฮมบ่มแห้งไม่ควรแช่แข็ง
  8. เลือกตามงบและโอกาส — ไม่ต้องซื้อแพงสุดเสมอ แค่จับคู่ประเภทแฮมกับเมนูที่จะทำให้ถูกต้อง

เท่านี้คุณก็พร้อมเลือกแฮมได้อย่างมั่นใจทุกครั้งที่เดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต ลองนำเคล็ดลับจากคู่มือเลือกแฮมนี้ไปใช้ แล้วแวะดูสูตรอาหารและไอเดียเมนูเพิ่มเติมได้ที่ คอลัมน์ทำอาหารของลั้นลา

This content was created with the help of an automated system.
author profile image

lulla

Lulla อ่านว่า “ลั้ลลา” เว็บไซต์ที่จะทำให้คุณเพลินเพลิน ลั้ลลา ไปกับทุกช่วงเวลาของการค้นหาสิ่งใหม่ๆ เพราะเราเชื่อว่า “เรื่องกิน และเที่ยว ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ”

ติดตาม