เลือกและเก็บปลา คู่มือครบทุกเรื่องที่ต้องรู้

เลือกและเก็บปลา คู่มือครบทุกเรื่องที่ต้องรู้

ปลาเป็นวัตถุดิบสำคัญในครัวไทยมาช้านาน ไม่ว่าจะเป็นปลาทู ปลากะพง ปลาสลิด หรือปลาช่อน ทุกชนิดล้วนสร้างสรรค์เมนูอร่อยได้หลากหลาย ตั้งแต่ต้มยำ แกงส้ม ทอดกรอบ ไปจนถึงนึ่งมะนาว แต่ไม่ว่าจะทำเมนูอะไร สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องเริ่มจากปลาสดคุณภาพดี บทความนี้จะพาคุณเรียนรู้วิธีเลือกและเก็บปลาอย่างถูกวิธี ตั้งแต่เทคนิคดูปลาสดในตลาด ไปจนถึงวิธีเก็บรักษาให้อยู่ได้นาน ครบจบทุกเรื่องที่คนทำครัวต้องรู้

ทำไมการเลือกและเก็บปลาอย่างถูกวิธีจึงสำคัญ

ปลาเป็นอาหารที่เน่าเสียได้เร็วกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่น เพราะเนื้อปลามีโครงสร้างโปรตีนที่บอบบางและมีความชื้นสูง เมื่อเก็บไม่ถูกวิธีหรือปล่อยทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้อง แบคทีเรียจะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วจนปลาเริ่มมีกลิ่นคาวและเนื้อเปลี่ยนสภาพ ปลาที่ไม่สดไม่เพียงแต่ทำให้อาหารเสียรสชาติ แต่ยังเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของสารฮีสตามีนซึ่งอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ ปวดท้อง หรืออาการแพ้ได้

การรู้วิธีเลือกปลาสดตั้งแต่ตอนซื้อ และเก็บรักษาอย่างถูกต้องเมื่อนำกลับบ้าน จึงเป็นทักษะพื้นฐานที่ช่วยให้ทุกเมนูที่ทำอร่อยขึ้น ประหยัดเงินเพราะไม่ต้องทิ้งปลาที่เสียก่อนได้ใช้ และปลอดภัยต่อสุขภาพของทุกคนในครอบครัว

ประเภทปลายอดนิยมในครัวไทย

ก่อนจะเรียนรู้วิธีเลือก มารู้จักปลาที่พบบ่อยในตลาดไทยกันก่อน เพราะปลาแต่ละชนิดมีลักษณะ ราคา และความเหมาะสมกับการปรุงที่แตกต่างกัน การรู้จักแยกแยะจะช่วยให้ซื้อได้ตรงกับเมนูที่ต้องการ

ปลาทู เป็นปลาทะเลขนาดเล็กที่คนไทยคุ้นเคยมากที่สุด ราคาย่อมเยา หาซื้อง่ายทั้งแบบสดและแบบนึ่งสำเร็จรูป เนื้อนุ่มมีมันในตัว เหมาะกับเมนูทอด น้ำพริกปลาทู หรือยำ เป็นปลาที่คุ้มค่าสำหรับการทำอาหารในชีวิตประจำวัน

ปลากะพงขาว เป็นปลาขนาดกลางถึงใหญ่ที่นิยมมากในร้านอาหารไทย เนื้อแน่นขาวสะอาด รสหวานอ่อน ก้างน้อย เหมาะกับเมนูนึ่งมะนาว ทอดราดน้ำปลา หรือต้มยำ หาซื้อได้ทั้งจากตลาดสดและซูเปอร์มาร์เก็ต

ปลาช่อน เป็นปลาน้ำจืดตัวยาวที่มีเนื้อเยอะ แน่น รสหวานเข้มข้น ก้างค่อนข้างเยอะแต่ก้างใหญ่สังเกตง่าย นิยมนำไปทำปลาช่อนแดดเดียว ต้มยำปลาช่อน แกงป่า หรือปลาช่อนเผาเกลือ เป็นปลาที่ให้เนื้อเยอะคุ้มราคา

ปลาสลิด เป็นปลาน้ำจืดขนาดเล็กที่นิยมทำเป็นปลาสลิดแดดเดียว เนื้อหวานมัน ก้างละเอียดมาก เหมาะกับเมนูทอดกินคู่กับน้ำพริกมะม่วง ปลาสลิดสดหาซื้อได้ตามตลาดสดบางแห่ง แต่ส่วนใหญ่จะพบในรูปแบบตากแห้ง

ปลาแซลมอน เป็นปลานำเข้าที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในครัวไทย เนื้อสีส้มสด มันในตัว รสหวานละมุน เหมาะกับเมนูสเต็ก ย่าง อบ หรือทำซาชิมิ ราคาสูงกว่าปลาท้องถิ่นแต่ให้สารอาหารโอเมก้า 3 สูง

ปลานิล เป็นปลาน้ำจืดเลี้ยงที่ราคาถูกและหาง่ายที่สุด เนื้อนุ่มรสจืดอ่อน ก้างค่อนข้างเยอะ นิยมนำไปทอดกรอบ ต้มยำ หรือย่างเกลือ เหมาะสำหรับทำอาหารประจำวันในราคาประหยัด

ปลาดุก เป็นปลาน้ำจืดที่ไม่มีเกล็ด เนื้อนุ่มมีมันเยอะ รสหวาน ก้างน้อย เหมาะกับเมนูย่าง ผัดเผ็ด แกงป่า หรือทอดกรอบ ราคาถูกมากหาซื้อง่ายทั้งในตลาดสดและห้างสรรพสินค้า

From above of many fresh raw fish placed in heap in local bazaar
Photo by Nothing Ahead on Pexels

วิธีเลือกปลาสดจากตลาด ดูอะไรบ้าง

การเลือกปลาสดไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่รู้จุดสำคัญที่ต้องสังเกต ก็สามารถแยกปลาสดกับปลาที่เริ่มไม่สดออกจากกันได้ทันที ต่อไปนี้คือเทคนิคที่ใช้ได้กับปลาทุกชนิด

ดูตาปลา ปลาสดจะมีตาใส เป็นประกาย นูนโปนออกมา ไม่มัว ไม่ยุบ ตาปลาเป็นจุดที่เสื่อมสภาพเร็วที่สุดเมื่อปลาเริ่มไม่สด ถ้าตาปลาขุ่นมัว ยุบแบน หรือแห้ง แสดงว่าปลาตายมานานแล้วและไม่ควรซื้อ

ดูเหงือก เปิดฝาเหงือกออกดู เหงือกปลาสดจะมีสีแดงสดเข้ม ชุ่มชื้น ไม่มีเมือกขุ่น ถ้าเหงือกเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหม่น สีเทา หรือมีเมือกเหนียวสีขุ่นเกาะ แสดงว่าปลาเริ่มเสื่อมคุณภาพ เหงือกเป็นจุดที่บอกความสดได้แม่นยำที่สุดรองจากตา

ดมกลิ่น ปลาสดจะมีกลิ่นคล้ายน้ำทะเลหรือกลิ่นสดชื่นอ่อน ๆ ปลาน้ำจืดสดจะมีกลิ่นคล้ายดินเล็กน้อยซึ่งเป็นเรื่องปกติ ถ้าปลามีกลิ่นคาวจัด กลิ่นฉุน หรือกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ให้หลีกเลี่ยงทันที เพราะเป็นสัญญาณว่าโปรตีนในเนื้อปลาเริ่มย่อยสลายและไม่ปลอดภัยต่อการบริโภค

กดเนื้อปลา ใช้นิ้วกดเบา ๆ ที่ลำตัวปลา เนื้อปลาสดจะแน่นยืดหยุ่น กดแล้วคืนตัวกลับเร็ว ไม่เป็นรอยบุ๋มค้าง ถ้ากดแล้วเป็นรอยนิ้วมือค้างอยู่ เนื้อนิ่มยุ่ย แสดงว่าเนื้อปลาเริ่มสลายตัวจากการเน่าเสีย

ดูเกล็ดและผิวหนัง เกล็ดปลาสดจะเรียบแน่น ไม่หลุดร่วง เป็นมันวาว ผิวหนังมีเมือกใสบาง ๆ เคลือบอยู่ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเมือกเปลี่ยนเป็นสีขุ่นเหลืองหรือเหนียวหนืดผิดปกติ แสดงว่าปลาเริ่มไม่สด สีของปลาควรสดใสตามธรรมชาติของปลาชนิดนั้น ไม่ซีดจางหรือมีจุดสีผิดปกติ

สังเกตลำตัว ปลาสดที่เพิ่งจับมาจะลำตัวแข็งเกร็ง ถ้ายกจากหัวขึ้นมาหางจะไม่ตกห้อยลงมาก ปลาที่นิ่มพลิ้วตัวง่ายแสดงว่าผ่านระยะแข็งเกร็งมาแล้ว ซึ่งหมายความว่าตายมาระยะหนึ่ง แต่ถ้าจุดอื่น ๆ ยังดีอยู่ก็ยังรับประทานได้ ให้พิจารณาประกอบกันหลายจุด

เลือกและเก็บปลาแช่แข็งอย่างไรให้ได้คุณภาพ

ปลาแช่แข็งเป็นทางเลือกที่สะดวกสำหรับคนเมืองที่ไม่ได้เดินตลาดสดบ่อย ปลาแช่แข็งคุณภาพดีที่ผ่านกระบวนการแช่แข็งเร็วตั้งแต่จับได้ใหม่ สามารถรักษาคุณค่าทางโภชนาการและรสชาติไว้ได้ใกล้เคียงปลาสด แต่ต้องรู้วิธีเลือกให้ถูกต้อง

ตรวจสอบบรรจุภัณฑ์ ถุงหรือกล่องต้องซีลสนิท ไม่ฉีกขาด ไม่บวม ถ้าบรรจุภัณฑ์บวมอาจเป็นสัญญาณว่ามีแบคทีเรียผลิตก๊าซภายใน หรือเคยถูกละลายแล้วแช่ซ้ำ ให้หลีกเลี่ยงทันที

สังเกตเกล็ดน้ำแข็ง ถ้ามีเกล็ดน้ำแข็งขนาดใหญ่เกาะอยู่ในถุงจำนวนมาก หรือเนื้อปลาถูกน้ำแข็งเคลือบหนาเป็นก้อน แสดงว่าปลาเคยถูกละลายแล้วแช่แข็งซ้ำ ทำให้เนื้อสัมผัสเสียและอาจไม่ปลอดภัย ปลาแช่แข็งที่ดีจะมีเพียงชั้นน้ำแข็งบาง ๆ เคลือบผิวเรียกว่า glaze เพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำจากเนื้อ

ดูสีเนื้อปลา สีของเนื้อปลาแช่แข็งควรสม่ำเสมอ ใกล้เคียงกับสีธรรมชาติของปลาชนิดนั้น ถ้ามีจุดสีขาวด่างหรือสีเหลืองน้ำตาล เป็นสัญญาณของ freezer burn ที่ทำให้เนื้อแห้งกระด้างและเสียรสชาติอย่างถาวร

อ่านฉลากให้ละเอียด ตรวจวันผลิตและวันหมดอายุเป็นอันดับแรก สังเกตว่าเป็นปลาจับจากธรรมชาติหรือปลาเลี้ยง และดูว่ามีสารเคมีเติมหรือไม่ เช่น โซเดียมไตรโพลีฟอสเฟต (STPP) ที่ทำให้ปลาอุ้มน้ำดูน้ำหนักเยอะ แต่เมื่อปรุงสุกน้ำจะออกมามากทำให้ได้เนื้อน้อยกว่าที่จ่ายไป

A woman in a mask selects items from a supermarket freezer aisle with a shopping basket.
Photo by Helena Lopes on Pexels

วิธีเก็บปลาให้สดนานในตู้เย็นและช่องแช่แข็ง

ซื้อปลาสดมาแล้วสิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือการเก็บรักษาที่ถูกต้อง เพราะปลาเสื่อมคุณภาพเร็วกว่าเนื้อสัตว์ทั่วไป ถ้าเก็บไม่ดีแม้จะเลือกมาสดแค่ไหนก็เสียได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง

เก็บปลาสดในตู้เย็น (ใช้ภายใน 1-2 วัน) ล้างปลาด้วยน้ำเย็นสะอาด ขอดเกล็ดและควักไส้ออกก่อนเก็บจะดีที่สุด เพราะเครื่องในเป็นส่วนที่เน่าเร็วที่สุด ซับน้ำให้แห้ง ใส่ภาชนะสะอาดมีฝาปิด รองด้วยน้ำแข็งหรือ ice pack วางไว้ชั้นล่างสุดของตู้เย็นซึ่งเป็นจุดที่เย็นที่สุด อุณหภูมิควรอยู่ที่ 0-4 องศาเซลเซียส

แช่แข็งปลาอย่างถูกวิธี (เก็บได้ 3-6 เดือน) ล้างปลาให้สะอาด ขอดเกล็ด ควักไส้ ตัดครีบออก แล่เป็นชิ้นตามขนาดที่จะใช้ต่อครั้ง เพื่อไม่ต้องละลายทั้งตัวเมื่อต้องการใช้แค่บางส่วน ซับน้ำให้แห้ง ใส่ถุงซิปล็อกไล่อากาศออกให้หมดหรือใช้เครื่องซีลสุญญากาศ เขียนชนิดปลาและวันที่แช่บนถุงทุกครั้ง เก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียสหรือต่ำกว่า

เทคนิค ice glaze ป้องกัน freezer burn สำหรับปลาทั้งตัวหรือชิ้นใหญ่ ให้จุ่มปลาในน้ำเย็นจัดแล้ววางบนถาดในช่องแช่แข็ง 15-20 นาที ให้ชั้นน้ำกลายเป็นน้ำแข็งบาง ๆ เคลือบผิว ทำซ้ำ 2-3 ครั้งจนได้ชั้น glaze หนาพอ แล้วจึงใส่ถุงเก็บ วิธีนี้ช่วยป้องกันไม่ให้อากาศสัมผัสเนื้อปลาโดยตรง รักษาความชุ่มชื้นและรสชาติได้ดีในระยะยาว

วิธีละลายปลาแช่แข็งอย่างถูกต้อง วิธีที่ดีที่สุดคือย้ายปลาจากช่องแช่แข็งมาไว้ในช่องเย็นปกติข้ามคืน ให้ละลายช้า ๆ ที่อุณหภูมิต่ำ จะรักษาเนื้อสัมผัสได้ดีที่สุด ถ้ารีบให้ใส่ปลาในถุงซิปล็อกปิดสนิทแล้วแช่ในอ่างน้ำเย็นไหลผ่าน ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับขนาดชิ้น ห้ามละลายด้วยน้ำร้อนหรือไมโครเวฟ เพราะจะทำให้ผิวนอกเริ่มสุกในขณะที่ข้างในยังแข็ง เสียทั้งเนื้อสัมผัสและรสชาติ

ห้ามแช่แข็งซ้ำเด็ดขาด ปลาที่ละลายแล้วห้ามนำกลับไปแช่แข็งอีก เพราะการละลายและแช่ซ้ำจะทำลายโครงสร้างเซลล์ของเนื้อปลา ทำให้เนื้อเละเป็นน้ำเมื่อนำไปปรุง และยังเพิ่มความเสี่ยงในการปนเปื้อนของแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

เลือกปลาให้เหมาะกับเมนู ใช้ปลาชนิดไหนทำอะไรดี

ปลาแต่ละชนิดมีเนื้อสัมผัส ความมัน และรสชาติที่แตกต่างกัน การเลือกปลาให้ตรงกับเมนูจะทำให้อาหารอร่อยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ต่อไปนี้คือคำแนะนำจับคู่ปลากับเมนูยอดนิยม

  • นึ่งมะนาว — ปลากะพงขาวเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่ง เนื้อแน่นขาวสะอาด ก้างน้อย รับรสเปรี้ยวเผ็ดจากน้ำจิ้มได้ดี ปลาเก๋าหรือปลาทับทิมใช้แทนได้
  • ทอดกรอบ ทอดราดน้ำปลา — ปลากะพง ปลาทับทิม หรือปลานิลตัวกลาง เนื้อแน่นไม่เละง่ายเมื่อทอด ได้ผิวกรอบเนื้อนุ่มด้านใน
  • ต้มยำปลา — ปลาช่อนให้น้ำซุปหวานเข้มข้น เนื้อแน่นไม่เละในน้ำซุป หรือใช้ปลากะพงถ้าต้องการก้างน้อย
  • แกงส้ม แกงเลียง — ปลาช่อน ปลากราย หรือปลาดุก เนื้อแน่นทนความร้อนได้ดี ไม่แตกเป็นชิ้นเล็กในน้ำแกง
  • ย่าง เผาเกลือ — ปลาช่อน ปลานิล หรือปลาดุก ปลาตัวกลางถึงใหญ่ย่างทั้งตัวจะได้เนื้อฉ่ำไม่แห้ง ใช้เกลือหมักจะได้ผิวกรอบหอม
  • แดดเดียว — ปลาสลิดและปลาช่อนเป็นตัวเลือกคลาสสิก หมักเกลือตากแดดครึ่งวันจะได้เนื้อหวานมันเค็มกำลังดี ทอดน้ำมันร้อนจัดให้กรอบ
  • สเต็ก อบ — ปลาแซลมอน ปลาซีบาส หรือปลาค็อด เนื้อหนาแน่นเหมาะกับการย่างหรืออบที่อุณหภูมิสูง ปรุงรสเพียงเกลือพริกไทยก็อร่อย
person holding green glass bottle
Photo by Ajin K S on Unsplash

สรุปเช็กลิสต์เลือกและเก็บปลาอย่างมืออาชีพ

รวมทุกสิ่งที่ต้องจำไว้เมื่อไปซื้อปลาครั้งต่อไป เช็กตามรายการนี้ให้ครบ รับรองว่าจะได้ปลาสดคุณภาพดีกลับบ้านทุกครั้ง

  1. เลือกชนิดปลาให้ตรงกับเมนูที่จะทำ ปลาแต่ละชนิดเหมาะกับการปรุงต่างกัน
  2. ดูตาปลา ต้องใสเป็นประกาย นูนโปน ไม่ขุ่นมัว ไม่ยุบแบน
  3. เปิดเหงือกดู ต้องสีแดงสดเข้ม ชุ่มชื้น ไม่มีเมือกขุ่น
  4. ดมกลิ่น ต้องสดชื่นคล้ายน้ำทะเล ไม่คาวจัด ไม่ฉุนแอมโมเนีย
  5. กดเนื้อทดสอบ ต้องแน่นยืดหยุ่น กดแล้วคืนตัว ไม่เป็นรอยบุ๋มค้าง
  6. เกล็ดแน่นเรียบเป็นมันวาว ผิวหนังมีเมือกใสบาง ๆ ไม่ขุ่นเหนียว
  7. ปลาแช่แข็ง ดูบรรจุภัณฑ์ไม่บวมไม่ฉีก ไม่มีเกล็ดน้ำแข็งมาก สีเนื้อสม่ำเสมอ
  8. เก็บปลาสดในตู้เย็นไม่เกิน 1-2 วัน ควักไส้ก่อนเก็บ รองด้วยน้ำแข็ง
  9. แช่แข็งโดยแบ่งเป็นส่วน ใส่ถุงซิปล็อกไล่อากาศ เขียนวันที่ เก็บได้ 3-6 เดือน
  10. ละลายปลาในตู้เย็นข้ามคืนหรือแช่น้ำเย็นไหลผ่าน ห้ามใช้น้ำร้อน ห้ามแช่แข็งซ้ำ

เมื่อรู้วิธีเลือกและเก็บปลาอย่างถูกต้องแล้ว ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้ในครั้งต่อไปที่ไปตลาด รับรองว่าทุกเมนูปลาจะอร่อยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สำหรับไอเดียเมนูปลาหลากหลาย ลองดูสูตรอาหารและรีวิวเมนูปลาที่เรารวบรวมไว้ในคอลัมน์เมนูปลาบนลั้นลา มีทั้งเมนูง่ายสำหรับวันธรรมดาและเมนูพิเศษสำหรับมื้อสำคัญให้เลือกทำ

This content was created with the help of an automated system.
author profile image

lulla

Lulla อ่านว่า “ลั้ลลา” เว็บไซต์ที่จะทำให้คุณเพลินเพลิน ลั้ลลา ไปกับทุกช่วงเวลาของการค้นหาสิ่งใหม่ๆ เพราะเราเชื่อว่า “เรื่องกิน และเที่ยว ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ”

ติดตาม