เลือกและเก็บขนมปัง คู่มือครบทุกประเภทที่ต้องรู้

เลือกและเก็บขนมปัง คู่มือครบทุกประเภทที่ต้องรู้

ทำไมการเลือกและเก็บขนมปังถึงสำคัญ

ขนมปังเป็นอาหารที่อยู่คู่ครัวคนไทยมานาน ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้าแบบง่าย ๆ อย่างขนมปังปิ้งทาเนย แซนด์วิชพกไปทำงาน หรือแม้แต่เมนูขนมปังชุบไข่ทอดสำหรับลูก ๆ แต่สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ ขนมปังแต่ละชนิดมีวิธีเลือกซื้อและเก็บรักษาที่แตกต่างกันอย่างมาก การเลือกผิดชนิด เลือกก้อนที่ไม่สด หรือเก็บรักษาไม่ถูกวิธี ไม่เพียงทำให้รสชาติแย่ลง แต่ยังเสี่ยงต่อการขึ้นราและเสียของโดยไม่จำเป็น

ในบทความนี้เราจะพาไปรู้จักขนมปังประเภทต่าง ๆ ที่นิยมในไทย พร้อมเทคนิคเลือกซื้อให้ได้ของสดใหม่คุณภาพดี และวิธีเก็บรักษาที่ถูกต้องสำหรับแต่ละชนิด เพื่อให้คุณกินขนมปังอร่อยทุกวันโดยไม่ต้องทิ้งของเสียอีกต่อไป

รู้จักประเภทขนมปังยอดนิยมในไทย

ก่อนจะเลือกซื้อขนมปังได้อย่างมั่นใจ เรามาทำความรู้จักประเภทหลัก ๆ ที่หาซื้อได้ง่ายในบ้านเรากันก่อน ขนมปังแต่ละชนิดมีลักษณะเด่น รสชาติ และวิธีเก็บรักษาที่แตกต่างกัน การรู้จักแยกแยะจะช่วยให้เลือกได้ตรงกับการใช้งานและเก็บรักษาได้ถูกวิธี

  • ขนมปังปอนด์ (Pullman Bread) — ขนมปังแผ่นสี่เหลี่ยมที่คุ้นเคยกันดี นิยมใช้ทำแซนด์วิช ปิ้งทาเนย หรือจิ้มไข่ลวก เนื้อนุ่มละเอียดสม่ำเสมอ รสอ่อน ๆ เหมาะเป็นฐานให้กับรสชาติอื่น
  • ขนมปังโฮลวีต (Whole Wheat Bread) — ทำจากแป้งสาลีไม่ขัดสีทั้งเปลือก มีไฟเบอร์สูงกว่าขนมปังขาวถึง 2-3 เท่า สีน้ำตาลเข้ม รสชาติออกมัน ๆ หอม ๆ เป็นตัวเลือกสำหรับคนรักสุขภาพ
  • บาแก็ต (Baguette) — ขนมปังฝรั่งเศสรูปแท่งยาว เปลือกนอกกรอบแข็ง เนื้อในนุ่มหนึบ มีรูอากาศขนาดใหญ่ เหมาะทานคู่ซุป ทำบรัสเก็ตตา หรือหั่นเป็นชิ้นจิ้มน้ำมันมะกอก
  • ซาวโดว์ (Sourdough) — ขนมปังหมักธรรมชาติที่ใช้ยีสต์ธรรมชาติจาก starter มีรสเปรี้ยวเล็กน้อยเป็นเอกลักษณ์ เปลือกกรอบหนา เนื้อเหนียวนุ่มมีรูอากาศไม่สม่ำเสมอ กำลังเป็นที่นิยมมากในไทย
  • โชคุปัง (Shokupan) — ขนมปังสไตล์ญี่ปุ่นที่โดดเด่นเรื่องความนุ่มละมุน ใช้เทคนิค tangzhong หรือ yudane ผสมนมและเนย ทำให้เนื้อนุ่มเด้ง ดึงแล้วเป็นเส้นใยยืด หอมนมเนย
  • บริยอช (Brioche) — ขนมปังฝรั่งเศสที่ใส่เนยและไข่ในปริมาณสูง เนื้อนุ่มหอมหวาน ผิวสีน้ำตาลทองเงา นิยมใช้ทำเบอร์เกอร์พรีเมียม เฟรนช์โทสต์ หรือทานเปล่ากับกาแฟ
  • ขนมปังไส้ต่าง ๆ — เช่น ขนมปังไส้ครีม ไส้ถั่วแดง ไส้กรอก ไส้หมูหยอง ซื้อจากร้านเบเกอรีทั่วไป มักมีไส้ที่ต้องระวังเรื่องการเก็บรักษาเป็นพิเศษ เพราะไส้เน่าเสียเร็วกว่าตัวขนมปัง
a loaf of bread sitting on top of a cutting board
Photo by Ilham Putra on Unsplash

วิธีเลือกขนมปังให้สดใหม่ อร่อยทุกชิ้น

ไม่ว่าจะซื้อขนมปังจากซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านเบเกอรี สิ่งที่ต้องสังเกตมีหลายจุดด้วยกัน ถ้ารู้เทคนิคเหล่านี้ จะช่วยให้ได้ขนมปังสดใหม่และอร่อยทุกครั้งที่ซื้อ

ดูวันผลิตและวันหมดอายุ — สำหรับขนมปังในแพ็กเกจ สิ่งแรกที่ควรเช็กคือวันผลิต เลือกวันผลิตใหม่ที่สุดเท่าที่หาได้ ขนมปังปอนด์ทั่วไปมักมีอายุ 5-7 วัน ส่วนขนมปังโฮลวีตและขนมปังที่ไม่มีสารกันบูดอาจมีอายุสั้นกว่าเพียง 3-4 วัน ให้เลือกตามปริมาณที่จะกินหมดทัน

สังเกตเนื้อสัมผัสผ่านบรรจุภัณฑ์ — ลองกดเบา ๆ ผ่านถุง ขนมปังที่ดีควรมีความยืดหยุ่น กดแล้วคืนตัวกลับมา ถ้ากดแล้วแฟบลงไปเลยหรือไม่คืนรูป แสดงว่าเนื้อเริ่มแห้งแข็งหรือสูญเสียความชื้นไปแล้ว ไม่ควรซื้อ สำหรับขนมปังจากร้านเบเกอรีที่ไม่ได้ห่อ ให้สังเกตจากหน้าตาว่าเนื้อยังดูชุ่มน้ำดีหรือไม่

สังเกตสีของเปลือกและเนื้อใน — ขนมปังปอนด์ที่ดีควรมีสีขาวนวลถึงครีมอ่อน ส่วนเปลือกสีน้ำตาลทองสม่ำเสมอ ไม่ซีดหรือไหม้ บาแก็ตและซาวโดว์ควรมีเปลือกสีน้ำตาลเข้มกรอบ ไม่เหี่ยวหรือชื้น ถ้าเห็นจุดขาว ๆ หรือจุดเขียวบนขนมปัง อย่าซื้อเด็ดขาดเพราะเป็นสัญญาณของการขึ้นรา

ดมกลิ่น — ขนมปังสดใหม่จะมีกลิ่นหอมของแป้งสาลีอบ กลิ่นยีสต์อ่อน ๆ ถ้ามีกลิ่นเปรี้ยวผิดปกติ (ยกเว้นซาวโดว์ที่มีกลิ่นเปรี้ยวเล็กน้อยเป็นธรรมชาติจากการหมัก) หรือกลิ่นอับ กลิ่นเหม็นหืน แสดงว่าขนมปังเริ่มเสื่อมคุณภาพ ไม่ควรซื้อ

เลือกร้านที่หมุนเวียนสินค้าเร็ว — ร้านเบเกอรีที่มีลูกค้าเยอะมักได้ขนมปังสดใหม่กว่า เพราะอบใหม่หมุนเวียนตลอดทั้งวัน ส่วนในซูเปอร์มาร์เก็ต มีเคล็ดลับว่าขนมปังที่วางด้านหลังชั้นมักเป็นล็อตใหม่กว่าที่วางด้านหน้า เพราะพนักงานจะเติมของใหม่จากด้านหลัง นอกจากนี้การไปซื้อช่วงเช้า ๆ มักได้ขนมปังที่เพิ่งส่งมาจากโรงงานในวันนั้น

เลือกและเก็บขนมปังปอนด์อย่างไรให้นุ่มนาน

ขนมปังปอนด์หรือขนมปังแผ่นเป็นชนิดที่คนไทยซื้อบ่อยที่สุด เพราะใช้งานได้หลากหลายและราคาไม่แพง แต่ก็เป็นชนิดที่เสียเร็วมากถ้าเก็บไม่ถูกวิธี โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นของเมืองไทย มาดูเทคนิคที่จะช่วยให้ขนมปังปอนด์อยู่กับเราได้นานขึ้นอย่างถูกต้อง

อ่านฉลากส่วนผสม — ขนมปังปอนด์คุณภาพดีควรมีส่วนผสมหลักไม่กี่อย่าง ได้แก่ แป้งสาลี น้ำ ยีสต์ เกลือ น้ำตาล และเนยหรือน้ำมัน ถ้าเห็นรายชื่อสารเคมีที่อ่านไม่ออกยาวเป็นพรืด อาจเป็นขนมปังที่เน้นสารกันบูดและสารปรุงแต่งมากกว่าคุณภาพวัตถุดิบ ขนมปังที่ส่วนผสมน้อยและเข้าใจง่ายมักจะรสชาติดีกว่าและดีต่อสุขภาพมากกว่า

เก็บที่อุณหภูมิห้องในที่แห้ง — หลายคนเข้าใจผิดว่าแช่ตู้เย็นจะช่วยยืดอายุขนมปัง แต่ความจริงแล้วอุณหภูมิในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 4°C กลับเป็นช่วงที่แป้งเกิดการ retrogradation หรือการคืนตัวของสตาร์ชเร็วที่สุด ทำให้ขนมปังแข็งกระด้างและแห้งเร็วกว่าเก็บที่อุณหภูมิห้องเสียอีก ดังนั้นให้วางขนมปังปอนด์ไว้ในที่แห้ง อากาศถ่ายเทดี ห่างจากแสงแดดโดยตรง ปิดปากถุงให้สนิทเพื่อรักษาความชื้นภายใน

แช่แข็งได้ แต่ต้องห่อให้ดี — ถ้าซื้อมาเยอะกินไม่ทัน วิธีที่ดีที่สุดคือแช่แข็ง แบ่งขนมปังเป็นส่วนที่พอกินในแต่ละครั้ง เช่น แบ่งทีละ 4-6 แผ่น ห่อด้วยพลาสติกแรปให้สนิทแล้วใส่ถุงซิปล็อก ไล่อากาศออกให้มากที่สุด ขนมปังแช่แข็งเก็บได้นาน 1-3 เดือนโดยไม่เสียคุณภาพ เวลาจะกินก็แค่นำออกมาปิ้งในเตาโทสเตอร์โดยไม่ต้องละลายก่อน จะได้ขนมปังกรอบนอกนุ่มในอร่อยเหมือนเดิม

A close-up view of butter being spread on a slice of bread, perfect for breakfast scenes.
Photo by Towfiqu barbhuiya on Pexels

เลือกและเก็บขนมปังยุโรป ซาวโดว์ และบาแก็ต

ขนมปังสไตล์ยุโรปได้รับความนิยมในไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะซาวโดว์และบาแก็ต ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากขนมปังปอนด์ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งเรื่องเปลือก เนื้อสัมผัส และอายุการเก็บรักษา จึงต้องใช้วิธีเลือกซื้อและดูแลที่ต่างกัน

ซาวโดว์ที่ดีดูอย่างไร — ซาวโดว์คุณภาพจะมีเปลือกนอกแข็งกรอบ สีน้ำตาลเข้ม เคาะแล้วมีเสียงก้อง ๆ กลวง ๆ เนื้อในมีรูอากาศ (crumb) กระจายไม่สม่ำเสมอ มีทั้งรูเล็กรูใหญ่สลับกัน กลิ่นหอมออกเปรี้ยวนิด ๆ จากการหมัก ถ้าเนื้อแน่นเกินไปหรือไม่มีรูอากาศเลย อาจเป็นซาวโดว์ที่หมักไม่สมบูรณ์หรือใช้ยีสต์สำเร็จรูปแทนยีสต์ธรรมชาติ

บาแก็ตสดใหม่ ดูอย่างไร — บาแก็ตที่เพิ่งอบใหม่จะมีเปลือกกรอบมาก เคาะแล้วมีเสียงชัด หักแล้วเห็นเนื้อในนุ่มครีมมี่ มีรูอากาศเยอะ แต่บาแก็ตมีจุดอ่อนสำคัญคือเสียเร็วมาก เปลือกจะเริ่มเหนียวนุ่มภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังอบ ควรซื้อมาแล้วกินในวันเดียวกันเพื่อรสชาติที่ดีที่สุด

วิธีเก็บขนมปังเปลือกแข็ง — จุดสำคัญคือห้ามใส่ถุงพลาสติกปิดสนิท เพราะความชื้นที่ระเหยออกจากเนื้อขนมปังจะกลั่นตัวอยู่ในถุงแล้วทำให้เปลือกเหนียว สูญเสียความกรอบไปหมด ให้ใช้ถุงกระดาษหรือผ้าฝ้ายสะอาดห่อแทน วางไว้ที่อุณหภูมิห้อง กินให้หมดใน 2-3 วัน ถ้าเก็บนานกว่านั้นให้หั่นแบ่งแล้วแช่แข็งเหมือนขนมปังปอนด์

เทคนิคอุ่นให้กลับมากรอบ — สำหรับบาแก็ตหรือซาวโดว์ที่เปลือกเริ่มนิ่ม ให้พรมน้ำเล็กน้อยบนผิวขนมปัง แล้วเข้าเตาอบที่ 180°C ประมาณ 5-10 นาที เปลือกจะกลับมากรอบเกือบเหมือนเพิ่งอบใหม่ วิธีนี้ใช้ได้กับขนมปังแช่แข็งที่ละลายแล้วด้วยเช่นกัน เป็นเทคนิคง่าย ๆ ที่ร้านอาหารหลายร้านก็ใช้กันเป็นประจำ

เทคนิคเก็บขนมปังให้อยู่ได้นาน ไม่ขึ้นรา

ปัญหาหลักของการเก็บขนมปังมีสองอย่างที่ตรงข้ามกัน คือ แห้งแข็ง กับ ขึ้นรา ขนมปังแข็งเพราะสูญเสียความชื้น แต่ขึ้นราเพราะความชื้นสูงเกินไป การเก็บรักษาที่ดีจึงต้องหาจุดสมดุลระหว่างสองสิ่งนี้ให้ได้ ต่อไปนี้คือหลักการสำคัญที่ใช้ได้กับขนมปังทุกชนิด

อุณหภูมิห้องดีกว่าตู้เย็นช่องธรรมดา — ย้ำอีกครั้งว่าตู้เย็นช่องธรรมดาเป็นศัตรูตัวร้ายของขนมปัง อุณหภูมิ 0-7°C เร่งให้สตาร์ชในแป้งคืนตัว (retrogradation) ขนมปังจะแข็งเร็วกว่าเก็บอุณหภูมิห้องถึง 2-3 เท่า ยกเว้นขนมปังที่มีไส้เน่าเสียง่าย เช่น ไส้ครีมสด ไส้มายองเนส ไส้เนื้อสัตว์ ให้แช่เย็นเพื่อความปลอดภัยและกินให้หมดโดยเร็ว

ใช้ภาชนะที่เหมาะสม — กล่องใส่ขนมปัง (bread box) เป็นตัวเลือกดีที่สุดเพราะช่วยควบคุมความชื้นและการไหลเวียนของอากาศได้พอดี ถ้าไม่มีกล่องขนมปัง ให้ใช้ถุงพลาสติกปิดปากหลวม ๆ สำหรับขนมปังเนื้อนุ่มอย่างปอนด์และโชคุปัง และใช้ถุงกระดาษหรือผ้าสำหรับขนมปังเปลือกแข็งอย่างบาแก็ตและซาวโดว์ หลีกเลี่ยงการปิดสนิทจนอากาศไม่ถ่ายเทเพราะจะเกิดราเร็ว แต่ก็อย่าเปิดโล่งจนขนมปังแห้งกระด้าง

เคล็ดลับแช่แข็งอย่างถูกวิธี — การแช่แข็งเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการยืดอายุขนมปัง เพราะอุณหภูมิต่ำกว่า -18°C จะหยุดทั้งกระบวนการคืนตัวของสตาร์ชและการเจริญเติบโตของราไปพร้อมกัน สิ่งสำคัญคือต้องห่อให้สนิท ไล่อากาศออก เพื่อป้องกัน freezer burn ที่ทำให้ขนมปังมีรสขมและแห้งผิดปกติ ควรแบ่งเป็นส่วนย่อยก่อนแช่ เพราะถ้าแช่ทั้งก้อนแล้วนำออกมาละลายซ้ำหลายครั้ง คุณภาพจะลดลงเร็วมาก

สัญญาณว่าขนมปังเสียแล้ว — ถ้าเห็นจุดราสีเขียว ขาว หรือดำบนขนมปัง แม้แค่จุดเดียว ควรทิ้งทั้งก้อน อย่าแค่ตัดส่วนที่มีราออก เพราะเส้นใยรา (mycelium) สามารถแทรกซึมลึกเข้าไปในเนื้อขนมปังที่มีรูพรุนได้ง่ายโดยที่ตาเปล่ามองไม่เห็น นอกจากนี้ ถ้ามีกลิ่นเปรี้ยวฉุน กลิ่นแอลกอฮอล์ผิดปกติ หรือเนื้อเหนียวลื่น ก็ไม่ควรทานเช่นกัน

brown bread on white and black checkered textile
Photo by Alan Rodriguez on Unsplash

เลือกและเก็บขนมปังญี่ปุ่นและขนมปังนุ่มพิเศษ

ขนมปังสไตล์ญี่ปุ่นอย่างโชคุปัง (Shokupan) และขนมปังเนยนุ่ม ๆ อย่างบริยอช กำลังได้รับความนิยมสูงในไทย มีร้านเบเกอรีสไตล์ญี่ปุ่นเปิดใหม่มากมาย ขนมปังเหล่านี้มีเนย ไข่ และนมผสมมากกว่าขนมปังทั่วไป จึงมีข้อควรระวังในเรื่องการเลือกซื้อและเก็บรักษาที่ต่างออกไป

โชคุปังคุณภาพดี ดูอย่างไร — โชคุปังที่ดีต้องนุ่มมาก ดึงแล้วเป็นเส้นใยยืด ๆ เหมือนสำลี สีขาวนวลหรือครีมอ่อน กลิ่นหอมนมเนย ผิวนอกบางนุ่ม ถ้าแตะแล้วรู้สึกแห้งหรือร่วน แสดงว่าไม่สดแล้ว ร้านโชคุปังคุณภาพมักจะบอกเวลาอบในแต่ละวัน ถ้าเป็นไปได้ควรไปซื้อตามรอบอบเพื่อให้ได้ก้อนที่สดที่สุด โชคุปังสดใหม่จะนุ่มจนฉีกเป็นชิ้นได้ง่ายมาก

บริยอชและขนมปังเนยหอม — ขนมปังที่มีเนยและไข่สูง เช่น บริยอช ครัวซองต์ หรือขนมปังเดนิช มีไขมันเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งช่วยให้เนื้อนุ่มละมุนแต่ก็ทำให้มีกลิ่นหืนได้ง่ายถ้าเก็บไม่ดี ควรห่อมิดชิดด้วยพลาสติกแรปหรือใส่ถุงซิปล็อก แล้วกินให้หมดใน 2-3 วัน หรือแช่แข็งทันทีหลังซื้อถ้ายังไม่ได้กินในเร็ว ๆ นี้

ขนมปังไส้ต่าง ๆ ต้องแช่เย็น — ขนมปังที่มีไส้ครีม ไส้คัสตาร์ด ไส้มายองเนส หรือไส้ที่มีเนื้อสัตว์ ต้องแช่ตู้เย็นเสมอ แม้ว่าตู้เย็นจะทำให้ตัวขนมปังแข็งขึ้น แต่ไส้เหล่านี้เสียง่ายมากถ้าอยู่นอกตู้เย็น โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนของเมืองไทยที่อุณหภูมิห้องอาจสูงถึง 30-35°C ควรกินให้หมดภายใน 1-2 วันหลังซื้อ ถ้าเก็บนานกว่านั้นต้องสังเกตกลิ่นและสภาพไส้ก่อนทานทุกครั้ง

สรุปเช็กลิสต์เลือกและเก็บขนมปังอย่างมืออาชีพ

ทั้งหมดที่กล่าวมาสามารถสรุปเป็นขั้นตอนง่าย ๆ สำหรับนำไปใช้ได้ทันที ลองเช็กตามรายการนี้ทุกครั้งที่ซื้อและเก็บขนมปัง รับรองว่าจะได้กินขนมปังอร่อยสดใหม่ทุกมื้อ

  1. เช็กวันผลิตและวันหมดอายุก่อนซื้อเสมอ เลือกล็อตที่ผลิตใหม่ที่สุด
  2. กดเบา ๆ ดูความยืดหยุ่น ขนมปังที่ดีต้องกดแล้วคืนตัวกลับมา
  3. ดมกลิ่น ถ้ามีกลิ่นเปรี้ยวผิดปกติ กลิ่นอับ หรือกลิ่นหืน ไม่ควรซื้อ
  4. อ่านฉลากส่วนผสม เลือกที่มีส่วนผสมน้อย เข้าใจง่าย ไม่มีสารเคมียาวเป็นพรืด
  5. เก็บขนมปังที่อุณหภูมิห้องในที่แห้ง ไม่ใช่ตู้เย็นช่องธรรมดาที่ทำให้แป้งแข็งเร็ว
  6. ใส่กล่องขนมปังหรือถุงปิดหลวม ๆ ในที่ไม่โดนแสงแดดโดยตรง
  7. ถ้ากินไม่ทัน ให้แบ่งเป็นส่วนย่อย ห่อสนิท ไล่อากาศออก แล้วแช่แข็ง
  8. ขนมปังเปลือกแข็งอย่างบาแก็ตและซาวโดว์ ห่อด้วยถุงกระดาษหรือผ้า ไม่ใช่ถุงพลาสติก
  9. อุ่นขนมปังแช่แข็งด้วยเตาอบ 180°C หรือเตาปิ้งขนมปังโดยไม่ต้องละลายก่อน
  10. เห็นราแม้เพียงจุดเดียว ทิ้งทั้งก้อน อย่าตัดเฉพาะส่วนที่เป็นราออก

เมื่อรู้วิธีเลือกและเก็บขนมปังอย่างถูกต้องแล้ว คุณจะได้กินขนมปังอร่อย สดใหม่ ไม่ต้องทิ้งของเสียอีกต่อไป ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้ตั้งแต่ครั้งหน้าที่ไปซื้อขนมปัง แล้วคุณจะรู้สึกถึงความแตกต่างตั้งแต่คำแรก หากอยากอ่านสูตรอาหารและเมนูขนมปังเพิ่มเติม ตามไปดูได้ที่ คอลัมน์คุกกิ้งของ lul.la ได้เลย

This content was created with the help of an automated system.
author profile image

lulla

Lulla อ่านว่า “ลั้ลลา” เว็บไซต์ที่จะทำให้คุณเพลินเพลิน ลั้ลลา ไปกับทุกช่วงเวลาของการค้นหาสิ่งใหม่ๆ เพราะเราเชื่อว่า “เรื่องกิน และเที่ยว ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ”

ติดตาม